Skip to content

First blog – จิรวรรณ จิณณธนพงษ์ (น้องจีจี้)

Jirawan

กรุงเทพ— ครั้งแรกที่ได้รับโทรศัพท์จากโครงการสะพานเสียง ก็ยังแปลกใจด้วยซ้ำที่ได้รับคัดเลือกเพราะคิดว่าพลาดไปแล้ว ตอนที่สมัครไปครั้งแรกก็คิดว่ามันเป็นโครงการจิตอาสาหนึ่งทั่วไปที่เคยไปทำ (ปล.ไม่ได้อ่านคำว่า ‘ยุวฑูต’ ด้วยซ้ำ คิดว่าเป็นการสมัครเข้าร่วมกิจกรรมเฉยๆ) แต่โครงการนี้จะแตกต่างจากทั่วไปคือ เป็นโครงการที่ทำเกี่ยวกับแรงงานชาวต่างชาติ ก็คิดว่าแค่ไปให้ความรู้ไปช่วยเหลือนำสิ่งของไปบริจาค สร้างที่พัก ห้องสมุด ห้องน้ำเหมือนกับค่ายอาสาอื่นๆที่เคยไปทำมา แต่จริงๆโครงการนี้มันมีอะไรมากกว่านั้น…

เริ่มตื่นเต้น ตั้งแต่รู้ว่าจะต้องมีการปฐมนิเทศที่จังหวัดอุดรธานีแล้ว (แต่ตื่นเต้นกว่าที่มีคอนเสิร์ตบอดี้แสลม (^_^) มีเพื่อนร่วมทางอีก 11 คน จะได้เจอกันครั้งแรกที่สนามบิน แต่พอไปถึงที่เกทไม่เจอใคร งงอยู่ตั้งนาน จนประกาศเรียกขึ้นเครื่อง จึงได้พบกับเพื่อนคนอื่นๆ แต่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันมาก ต่างก็แยกย้ายไปนั่งประจำที่ แต่สิ่งแรกที่ได้ทำร่วมกันเมื่อถึงสนามบินอุดรคือ ถ่ายรูป เหมือนเป็นประเพณีนิยมไปแล้วว่าจะทำอะไรก็ต้องถ่ายรูปไว้ก่อน จนมาถึงโรงแรมก็มีพี่ๆมาต้อนรับ เริ่มบทสนทานาด้วยภาษาอังกฤษตลอดการปฐมนิเทศ ตอนแรกๆก็ยังงงๆฟังไม่ค่อยทัน จับใจความไม่ได้ แต่พอฟังไปเรื่อยๆก็พอฟังได้ สื่อสารได้บ้าง ไม่คิดว่าการสมัครมาทำกิจกรรมครั้งนี้จะได้ฝึกภาษาอังกฤษ ถือเป็นผลพลอยได้ที่ดีอีกหนึ่งอย่าง

พูดถึงเพื่อนๆ อีก 11 คน มี 3 คนจากม.เชียงใหม่  2 คนจากม.ปัตตานี และที่เหลือมาจากกรุงเทพ เจอกันครั้งแรกก็ยังไม่ค่อยกล้าคุยกัน เขินอายกันบ้าง แต่พอเวลาผ่านไป ได้ทำกิจกรรมร่วมกัน ก็สามารถพูดคุยกันได้มากขึ้น แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทั้งเรื่องเรียน ชีวิตความเป็นอยู่ บ้านเกิด ฯลฯ ทุกคนเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้องที่น่ารัก เป็นมิตร ให้ความเป็นกันเองแม้จะเพิ่งพบหน้ากันเพียงไม่นาน ไม่เฉพาะเพื่อนๆแต่ยังรวมถึงพี่ๆวิทยากรทุกคนที่คอยให้ความรู้ ให้คำปรึกษาในด้านต่างๆอย่างเป็นกันเอง (ภายใต้ข้อจำกัดของการใช้ภาษาอังกฤษ) แต่ก็ทำให้กิจกรรมดำเนินไปอย่างราบรื่น สนุกสนาน และได้ความรู้มากขึ้น

เข้า เรื่องวิชาการ จากการที่ได้อบรมครั้งนี้ ได้ความรู้มากมายจากการอบรมมากมายเกี่ยวกับแรงต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย และประเทศใกล้เคียง ซึ่งบางครั้งเราอาจจะมองข้ามความสำคัญของแรงงานเหล่านี้ไป ทั้งที่แรงงานเหล่านี้เป็นกำลังที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เป็นแรงงานที่ตลาดธุรกิจยังมีความต้องการอีกมาก สร้างรายได้ให้กับประเทศมากมาย หลายๆงานแทบจะเป็นคนงานต่างชาติทั้งหมด เช่น งานก่อสร้าง งานประมง ฯลฯ แต่แรงงานเหล่านี้ยังไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสมเท่าที่ควร และรัฐบาลยังคงมองข้ามในเรื่องเหล่านี้ แรงงานที่เข้ามาในไทยนี้ มีทั้งแรงงานที่เข้ามาอย่างถูกกฎหมายและลักลอบเข้ามา ทั้งนี้ ก็มีหลายปัจจัยที่ทำให้แรงงานบางส่วนเลือกที่จะแอบเข้ามาในไทยโดยผิดกฎหมาย อาจจะเป็นเพราะความจำเป็นบางอย่าง ต้องการค่าแรงที่สูงขึ้น ต้องการให้ชีวิตของตัวเองและครอบครัวดีขึ้น แต่อาจจะไม่มีเงินพอที่จะทำให้ถูกกฎหมาย ในกรณีแรงงานที่ลักลอบเข้ามานี้ พวกเขามีโอการสูงที่จะไม่ได้รับความเป็นธรรม เช่น รัฐบาลกำหนดให้จ่ายค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ซึ่งจริงแรงงานเหล่านี้อาจจะไม่ได้รับตามนี้ เพราะไม่ใช่คนไทย และก็ไม่สามารถไปเรียกร้องสิทธิได้เช่นเดียวกัน

ด้านการศึกษา โอกาสในการศึกษาของครอบครัวแรงงานที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมาย มีอยู่ 2 ลักษณะ คือ การศึกษาจากชั้นเรียนที่ไม่เป็นทางการที่จัดขึ้นกันเองโดย NGO หรือเข้าเรียนในสถานศึกษาของไทย แต่การที่เด็กเหล่านี้จะได้รับโอกาสทางการศึกษาเหมือนเด็กไทยนั้นเป็นไปได้ ยาก เนื่องจากสถานศึกษาหลายแห่งอ้างว่าเด็กไม่มีสัญชาติไทย

ด้านความมั่นคง การที่มีแรงงานที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยโดยผิดกฎหมายเป็นจำนวนมาก กระจัดกระจายตามพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ โดยไม่ทราบจำนวนที่แท้จริงของแรงงานเหล่านี้ ในขณะที่การบริหารด้านแรงงานต่างชาติยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ปัญหาเหล่านี้ส่งผลถึงความมั่นคงของประเทศด้วย

ด้านสุขภาพ ถึงแม้ว่าแรงงานต่างชาติที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายจะได้รับการตรวจ สุขภาพและค้นหาโรคจากหน่วยงานสาธารณสุขของจังหวัดและได้รับสิทธิประกันสังคม เช่นเดียวกับแรงงานคนไทยทั่วไป แต่ก็มีจำนวนน้อยมากที่ทราบว่าตนมีสิทธิเหล่านี้ ยิ่งไปกว่านั้นกลุ่มแรงงานที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมายและไม่ได้ขึ้นทะเบียน แรงงานที่ไม่ไดขึ้นทะเบียนเหล่านี้จึงไม่สามารถมารับบริการทางการแพทย์ได้ และทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา

การที่ได้มาเป็นยุวทูตสะพานเสียง แน่นอนว่าจะต้องได้ทำงานที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือแรงงานต่างชาติ เป็นกระบอกเสียงหนึ่งที่ช่วยเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจระหว่างคนไทยและแรงงานต่างชาติ ภาพลักษณ์ ที่ดีเกี่ยวกับแรงงานต่างชาติ ตามเป้าหมายของโครงการที่ตั้งไว้ สิ่งที่อยากจะทำ คือ ได้ช่วยเหลือแรงงานต่างชาติ ให้พวกเค้ามีชีวิตที่ดีขึ้น มีความรู้ รู้ถึงสิทธิต่างๆที่ตนพึงมีในฐานะแรงงานคนหนึ่งและสามารถใช้สิทธิของตนได้ และเป็นอีกหนึ่งเสียงที่เป็นตัวกลางรับรู้ปัญหาของพวกเค้าและส่งต่อไปถึง รัฐบาล ผู้กำหนดนโยบายต่างๆในการบริหารประเทศ เพื่อที่บุคคลเหล่านี้จะได้รับรู้ถึงปัญหาและมีนโยบายที่เหมาะสมมาช่วยเหลือ ต่อไป รวมไปถึงองค์กรต่างๆ ปัจจุบัน องค์การมากมายมุ่งที่จะทำ Corporate Social Responsibility (CSR) หรือการที่มุ่งทำประโยชน์ต่างๆสู่สังคม เช่น การไปปลูกป่า บริจาคผ้าห่ม หรือโครงการเฉลิมพระเกียรติมากมายที่พบเห็นได้ตามสื่อทั่วไป

บาง องค์กรเชื่อว่าการทำ CSR แล้วเผยแพร่ออกสื่อเยอะ จะทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น เนื่องจากลูกค้ามักจะสนับสนุนองค์กรที่ทำเพื่อสังคมเยอะ ทำให้หลายๆองค์กรยอมมีค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์โครงการที่จะทำเกี่ยวกับ CSR ที่สูงมาก บางครั้งอาจจะสูงกว่าค่าใช้จ่ายในการทำกิจกรรมด้วยซ้ำ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร แต่จริงๆแล้ว CSR คือการจัดการและพัฒนาองค์กรของตนให้นำไปสู่การดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง CSR ไม่จำเป็นต้องเอาคนไปทำงานอาสาสมัคร ไปปลูกป่า แต่เป็นวิธีการที่คิดว่าจะทำอย่างไรให้ธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจที่รับผิดชอบ ต่อสังคม จึงอยากจะใช้โอกาสในการเป็นยุวทูตสะพานเสียงครั้งนี้ เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยรณรงค์ให้องค์กรเห็นความสำคัญของแรงงาน ให้องค์กรมีนโยบายเกี่ยวกับแรงงานที่ชัดเจนมากขึ้น จ่ายค่าแรงที่เป็นธรรม มีสวัสดิการที่เพียงพอให้แก่แรงงาน ให้พวกเค้ามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีตามสภาพในขณะเดียวกันก็สามารถทำงานเพื่อ บรรลุเป้าหมายขององค์กรได้ เท่านี้องค์กรก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและโลกใบนี้ แล้ว

อีกหนึ่งสิ่งที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้คือ Surprise ตอนแรกมีเหตุการณ์อุบัติเหตุจากการติดตั้งเวที ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ทำให้คอนเสิร์ต MTV EXIT ต้องเลื่อนออกไป ก็คิดว่าคงไม่ได้ดูคอนเสิร์ตแล้ว แต่สุดท้ายก็ได้ดูวง Bodyslam เล่นสดแบบใกล้มากๆๆๆๆๆ เป็นการฟังเพลงแบบที่ได้ใกล้ชิดพี่ตูนมาก (>_<) เชื่อว่าไม่สามารถจะไปหาชมคอนเสิร์ตที่ไหนที่สามารถใกล้แบบนี้ได้ อากาศที่นี่ก็ดีมาก ลมพัดเย็นสบายตลอดเวลา ยิ่งได้ฟังเพลงจากศิลปินที่ชื่นชอบแบบใกล้มาก รู้สึกประทับใจมาก ตอนแรกที่ฟังก็คิดว่าโครงการของ MTV EXIT เป็นโครงการที่จัดคอนเสิร์ตทั่วไป แต่พอได้รับความรู้จากการเข้าอบรมครั้งนี้ ก็ทำให้ได้รู้ว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่รณรงค์เกี่ยวกับการลดการค้ามนุษย์ สร้างความตระหนัก และเผยแพร่ภาพลักษณ์ที่ดี โดยมุ่งในกลุ่มเยาวชนที่เป็นกำลังสำคัญที่ขับเลื่อนสังคมต่อไปโดยผ่านสื่อ Social Media ต่างๆ แต่ก็ยังคิดว่าโครงการนี้ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จในด้านการเผยแพร่ความรู้ ในด้านการค้ามนุษย์เท่าที่ควร ยกตัวอย่างเช่นคอนเสิร์ต เชื่อว่าคนน้อยมากในประเทศไทยที่รู้ว่าโครงการนี้ต้องการสื่อเกี่ยวกับอะไร สิ่งที่ได้เรียนรู้จะมีการจัดกิจกรรมที่ให้ความรู้ก่อน เช่น ให้มีการแข่งขันตอบคำถาม หรือแข่งกันนำเสนอโครงการหรือวิธีที่จะช่วยลดการค้ามนุษย์จากเยาวชนทั่ว ประเทศก่อน เพื่อให้เยาวชนรู้สึกมีส่วนร่วม เข้าใจ และตระหนักถึงเรื่องการค้ามนุษย์มากขึ้น โดยอาจจะใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกเพื่อได้รับชมคอนเสิร์ต ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยให้เยาวชนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการ ค้ามนุษย์มากขึ้น

แม้จะเป็นเพียงส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งในโครงการ นี้ เป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่ได้ออกจากโลกใบแคบๆ ไปเห็นชีวิตแบบอื่น คุณค่าแบบอื่น ได้เห็นวิถีชีวิต ปัญหาของคนอื่น แต่ก็หวังว่า วิชาความรู้ทั้งหลายที่ได้ร่ำเรียนมา จะสามารถใช้มันเพื่อช่วยเหลือคนในสังคมเดียวกันได้บ้าง “เราไม่ได้เรียน ไปเพื่อใบปริญญา เพื่อได้เงินเดือนเยอะๆ เพื่อได้ทำงานบริษัทดีๆ หรือเพื่อได้เป็นเจ้าคนนายคน แต่เราเรียนไปเพื่อทำให้สังคมดีขึ้น ทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น เพื่อช่วยเหลือคนที่มีความทุกข์ให้เขามีความสุขมากขึ้น เราน่าจะเรียนไปเพื่อสิ่งนี้” พี่เอ๋ นิ้วกลม นักเขียนที่ชื่นชอบเคยเขียนไว้

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

Google Translation

%d bloggers like this: