ข้ามไปยังเนื้อหา

First blog – ปิ่นสุดา สุวรรณโณ (น้องแต้ว)

ก่อน ที่จะได้โอกาสมาเป็นอาสาสมัคร หรือยุวทูตสะพานเสียงนี้ เรื่องเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติ การค้ามนุษย์ จริงอยู่ว่าเราเคยได้ยินมาบ้าง ส่วนใหญ่คือได้รู้จากที่เรียนวิชาเกี่ยวกับสังคมหรือได้ยินจากข่าว พอได้รู้เราก็จะรู้สึกเห็นใจ อินไปตามข่าวหรือเรื่องราวเหล่านั้น แต่มันก็แค่เดี๋ยวเดียว แล้วก็เลิกนึกถึงไป เหมือนเป็นเรื่องที่ไกลจากชีวิตประจำวันของเราที่เป็นอยู่ เหมือนเป็นเรื่องที่ยังไกลตัว ยุ่งยาก แล้วก็ไม่มีอะไรที่มาทำให้เราอยากเข้าใจไปมากกว่านี้

เราสมัครเข้ามา เป็นยุวทูตสะพานเสียง จากคำถามที่ว่า ปิดเทอมใหญ่นี้จะทำอะไรดี? ได้รู้ข่าวจากเพื่อนที่เรียนอยู่ด้วยกันว่าโครงการสะพานเสียงรับสมัครยุวฑูต ตอนนั้นก็ไม่รู้มาก่อนว่าโครงการสะพานเสียงเนี่ยมันเกี่ยวกับอะไร แต่พอได้เข้าไปอ่านใบประกาศรับสมัคร เข้าไปดูเวปไซต์โครงการ รวมถึงเฟสบุ้ค ถึงได้รู้ว่าเป็นโครงการที่ช่วยเรื่องเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติ เรื่องสิทธิมนุษยชน แล้วที่เขาอยากได้ยุวทูตก็เพื่ออยากให้เยาวชนมีส่วนร่วมในการช่วยคน ในการทำกิจกรรมต่างๆ

เรารู้สึกเห็นด้วยกับโครงการที่อยากได้เยาวชน เข้าร่วม เราคิดว่าถ้าเด็กอย่างเราได้รู้เรื่องอะไรแบบนี้บ้างมันคงเป็นการปลูกฝัง ความคิดในการนึกถึงเพื่อนมนุษย์คนอื่นได้ดีไม่น้อย บวกกับที่เรากำลังเรียนภาษาพม่า แล้วก็สังเกตว่ามีคนพม่าเข้ามาทำงานประเทศเรามาก ปิดเทอมใหญ่คราวนี้ ได้ใช้เวลาช่วยคนอื่นบ้างก็คงดี แล้วอีกอย่างก็อาจจะได้ฝึกทักษะการใช้ภาษาพม่าและใช้มันให้เป็นประโยชน์ได้ ด้วย เราคิดแบบนี้ จึงตัดสินใจกรอกใบสมัคร

แต่เรื่องแรงงานข้ามชาติ การค้ามนุษย์ ในตอนนั้นก็ยังไกลกับความเข้าใจของเราอยู่ดี เรารู้อยู่อย่าเดียวว่าหลายคนรอบตัวยังมีความคิดด้านลบต่อแรงงานข้ามชาติ อยู่ ซึ่งอาจเพราะปัจจัยหลายอย่าง แต่เรื่องนี้ทำให้เรารู้สึกไม่ค่อยชอบใจ ทำไมคนเราถึงรู้สึกไม่ดีต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันง่ายๆขนาดนั้น

พอรู้ ข่าวว่าที่สมัครไปน่ะเขาเลือกเรานะ ซึ่งองค์กรที่เราได้ไปทำด้วยคือองค์กรที่ช่วยในเรื่องต่างๆของแรงงานชาวพม่า รวมถึงชาติอื่นๆที่มาทำงานในประเทศไทย(TACDB) ทั้งแปลกใจแต่ก็ดีใจ พี่ที่ดูแลโครงการบอกว่าเราต้องไปปฐมนิเทศที่อุดรนะเราก็รีบตอบรับทันที เพราะว่างอยู่แล้ว ปิดเทอมแล้ว แต่ก็สงสัยว่าทำไมถึงต้องไปถึงอุดรธานี แต่ก็เอาน่ะเขาให้ไปไหนก็เข้าร่วมเถอะ

เราบินไปอุดรธานีโดยที่ไม่ต้อง เสียงค่าเครื่องบิน ตามข้อตกลงที่พี่เขาบอกว่าเราจะไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆในการร่วมโครงการ เราโชคดีที่เพื่อนที่เรียนอยู่ด้วยกันมันก็ได้มาเหมือนกับเราด้วย แล้วก็มีเพื่อนต่างคณะแต่มหาวิทยาลัยเดียวกันเลยไม่รู้สึกว่าต้องปรับตัว หรือพยายามอะไรมาก รวมถึงยุวทูตคนอื่นๆด้วย รู้สึกเหมือนว่าเรามาเพื่อทำบางอย่างร่วมกันอยู่แล้ว เหมือนเราพร้อมที่จะมาทำสิ่งเดียวกัน

มาถึงที่จัดงานซึ่งก่อนหน้านี้ เราคิดว่าจะมีคนมาเยอะมาก แต่ปรากฏว่ามีแค่ยุวทูต12คนกับพี่เจ้าหน้าที่องค์กรที่มาคอยดูแลและจัด กิจกรรมต่างๆให้เรา แต่ถึงจะมีคนน้อยแต่ก็รู้สึกดีกับการต้อนรับที่ดีจากพี่ๆที่ได้ทำความรู้จัก กัน ซึ่งสิ่งที่ท้าทายเรามากคือการปฐมนิเทศหรือการอบรมงานครั้งนี้ใช้ภาษาอังกฤษ ทั้งหมด เราซึ่งไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเกี่ยวแรงงานข้ามชาติ การค้ามนุษย์ กฎหมายแรงงาน สิทธิมนุษยชน จึงต้องใช้พลังและสติอย่างมากในการทำความเข้าใจ แต่พี่ที่มาอธิบายให้ฟังทุกคนนั้นพูดได้เข้าใจมาก และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ซักถาม รวมถึงเป็นกันเองกับพวกเรา จึงทำให้บรรยากาศของกิจกรรมต่างๆเป็นไปอย่างไม่เคร่งเครียดจนเกินไป และที่สำคัญเราเริ่มเข้าใจและเรียนรู้เรื่องที่ถือว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับ เรามากขึ้น เริ่มตระหนักถึงปัญหา เริ่มเข้าใจขึ้นมาว่าทำไมสะพานเสียงหรือองค์กรอื่นๆต้องทำงานเรื่องนี้ เราเริ่มอิน แต่คราวนี้เป็นการอินในระดับที่ถอนตัวอยาก และเราก็รู้สึกว่าเพื่อนที่มาด้วยกันหลายคนเริ่มค่อยรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งใน เรื่องนี้เหมือนกับเราเช่นกัน

ตอนที่ประทับใจมากที่สุดก็คือในตอนเย็น ที่พี่ๆพาเราไปเจอกับพี่ๆ Bodyslam ที่นั่งเล่นดนตรีเวอร์ชั่นอะคุสติคต่อหน้าเราในระยะไม่ถึง 5 เมตร แต่นี่มันแค่ความดีใจ แต่ที่ประทับใจเราจริงๆก็เพราะได้เห็นเพื่อนๆอีกจำนวนมากที่เขามาในนามของ ยุวทูตของMTV EXIT ที่ก็ได้ร่วมรณรงค์ในแคมเปญต่อต้านการค้ามนุษย์ด้วยเหมือนกัน เราประทับใจเพราะรู้สึกว่าไม่ใช่แค่พวกเราเท่านี้นะ แต่ยังมีคนอื่นๆอีกที่กำลังช่วยกันทำเรื่องแบบนี้เหมือนกับเรา เหมือนว่าเรามีเพื่อนๆคนอื่นอีกที่กำลังมีเป้าหมายเดียวกับเรา เรารู้สึกถึงพลัง
เราได้คุยกับเพื่อนๆที่มาด้วยกัน ซึ่งแต่ละคนที่มาเก่งมากแล้วแต่ละคนก็มีเรื่องราวของตัวเองที่มาแชร์กันได้ อย่างมากมาย เราได้รู้จากเพื่อนจากปัตตานีว่าเรื่องแรงงานทางภาคใต้มันซับซ้อนแค่ไหน เราเจอเพื่อนจากจุฬาที่มีข้อมูลเรื่องต่างๆให้เราถามได้ตลอดเวลา แล้วก็ผ่านการทำงานวิจัยต่างๆมามากมาย เราได้เจอน้องๆจากจุฬาและมหาลัยเดียวกันที่มีความสดใสและมั่นใจในตัวเอง รวมถึงสาวเหนือที่น่ารัก เราตื่นเต้นเสมอที่ได้เจอคนใหม่ๆ เพราะมันพาเราได้รับรู้เรื่องราวใหม่ๆจากคนเหล่านี้

ในวันสุดท้ายของ การอบรมเราประทับใจคำพูดของคุณแอนนาเจ้าหน้าที่จากILO ที่บอกว่า เราสามารถแชร์ความคิดเห็นและทำงานทุกอย่างอย่างเต็มที่ในฐานะเพื่อนร่วมงาน ของกันและกัน เราเป็นทีมเดียวกันแล้วอาจจะต้องเจอกับงานหนัก และขอให้คิดว่าเราจะเจอกับงานจริงที่จะมีวันที่เรารู้สึกแย่กับมัน คุณแอนนาบอกให้เรารู้ถึงสิ่งที่เราต้องเจอ ซึ่งเราไม่รู้หรอกว่าจะมีวันนั้นสำหรับเราหรือไม่ แต่เรารู้สึกขอบคุณคำพูดเหล่านี้ที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราเป็นหนึ่งในผู้ทำ งาน ไม่ใช่ยุวทูตเด็กที่จะทำตามคำบอกของพี่ๆเท่านั้น แต่เราเป็นทีมเดียวกันกับเขา มันทำให้เรารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันการปฐมนิเทศครั้งนี้ก็ทำให้เรารู้ว่าเรายังอ่อนไปในตอนนี้ เราต้องพัฒนาตัวเองมากกว่านี้อย่างมาก เพื่อศักยภาพของตัวเองที่จะไปช่วยคนอื่นอีกมากได้

ถึงจะเป็นการมา ปฐมนิเทศแค่2วัน แต่เรื่องเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติจากสะพานเสียงก็ทำให้เราเข้าใจเรื่องนี้ มากขึ้น รู้สึกว่าเรื่องการค้ามนุษย์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยและอาจเกิดขึ้นกับเราและ คนใกล้ตัวได้เสมอ ปัญหาของพวกเขาที่อยู่ร่วมกับเราในสังคมเดียวกันกระทบต่อเราเสมอโดยที่เรา อาจไม่รู้ถึงข้อนี้เลย เราเข้าใจจนเกิดความตระหนักและอยากช่วยเหลือ
สะพานเสียงให้เรารู้สึกว่าชีวิตที่ได้ทำงานเพื่อคนอื่นบ้างนี่เป็นชีวิตที่ มีค่าจังเลยนะ ขอบคุณทุกคนที่เกี่ยวข้องที่ให้เราได้มาทำสิ่งที่ดีแบบนี้ เราจะพยายามอย่างเต็มที่สำหรับโอกาสที่ดีอย่างนี้ค่ะ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Google Translation

%d bloggers like this: