Skip to content

First blog – ณัฏฐณิชา เหล็กกล้า (น้องเม)

nattanicha foto

กำหนดการวันที่ 14 มีนาคม 2014 เครื่องจะออก 7.25 A.M.จากสนามบินสุวรรณภูมิไปจังหวัดอุดรธานี ยุวทูตสะพานเสียงเช็คอินและเจอกันที่ห้องรับรองของสายการบิน Bangkok Airway ดิฉันถึงสนามบินสุวรรณภูมิเวลาประมาณ 6.45 A.M.ถึงเคาน์เตอร์เช็คอินเวลาประมาณ 7.00 A.M.   พี่พนักงานสายการบินแจ้งดิฉันว่าปิดบริการให้เช็คอินรอบ 7.25 A.M.ไปแล้ว ต้องเปลี่ยนเที่ยวบินเป็นเที่ยวบินถัดไปคือรอบ 12.45 P.M.ดิฉันตกลงเปลี่ยนเที่ยวบินและรีบโทรหาพี่อานัส อาลีผู้ประสานงานของโครงการด้วยความรู้สึกผิดและละอายต่อความไม่รอบคอบไม่ ตรงต่อเวลาของตัวเอง ดิฉันแจ้งให้พี่อานัสทราบเรื่องการเปลี่ยนเที่ยวบิน พี่อานัสบอกดิฉันว่าไม่เป็นไรไม่ต้องกังวล พี่ก็เคยตกเครื่องเหมือนกัน ความใจดีของพี่อานัสทำให้ดิฉันคลายความกังวลลงไปบ้าง และคิดว่าการตกเครื่องครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญให้ดิฉันต้องรู้จักรอบคอบ เช็คเวลาเช็คอิน เช็คเวลาเดินทางจากหอพักมาสนามบินสุวรรณภูมิ และต้องรู้จักเผื่อเวลา เป็นวินัยธรรมดาที่ไม่ควรพลาดและไม่อาจมีข้อแก้ตัวใดได้นอกไปจากการปรับปรุง ตัวเอง การต้องรอเที่ยวบินรอบ 12.45 P.M.ทำให้ดิฉันพลาดกิจกรรมของการปฐมนิเทศตามหมายกำหนดการไปคือการทำความเข้า ใจและฟังรายละเอียดเรื่อง‘Migration and development/migrant workers’ rights in Thailand’ โดย Anna Olsen, ILO GMS TRIANGLE Technical Officer อย่าไงรก็ตามดิฉันได้ติดต่อขอPresentation Transcript ของคุณ Anna Olsen ผ่านทางพี่อานัสเพื่อนำมาศึกษาต่อไป

ดิฉันถึงโรงแรมเซ็นทารา อุดรธานี อันเป็นที่จัดงานปฐมนิเทศประมาณบ่ายสามโมง พี่อานัสพาดิฉันไปยังห้องปฐมนิเทศและให้แนะนำตัวกับเพื่อนยุวทูตสะพานเสียง ดิฉันแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษอย่างกระท่อนกระแท่นและผิดๆเพี้ยนๆเป็นที่สุด ความกังวลใจอีกอย่างหนึ่งของดิฉันคือการปฐมนิเทศครั้งนี้เป็นภาษาอังกฤษและ ดิฉันไม่ถนัดภาษาอังกฤษเอาซะเลย แต่เมื่อตัดสินใจที่จะเข้าร่วมโครงการนี้แล้วและกรรมการก็เลือกดิฉัน ดิฉันพยายามไม่กังวลไม่กลัว ฟังออกบ้างไม่ออกบ้าง แต่ก็พยายามจะฟังทำความเข้าใจ ดิฉันได้มีโอกาสคุยกับพี่ปายนักศึกษาชาวพม่าแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษ พี่ปายให้ดิฉันพยายามฟังบ่อยๆหัดพูด อย่าท้อ ดิฉันรู้สึกขอบคุณพี่ปายและชื่นชมในความสามารถทัศนคติของพี่มาก งานแรกที่ดิฉันได้ทำร่วมกับเพื่อนๆคือการคิด project ดึงคนให้มาสนใจเกี่ยวกับปัญหาของแรงงานข้ามชาติ   กลุ่มของดิฉันมี 4 คน คือดิฉัน พี่โจ นักศึกษาจาก มอ.ปัตตานี และ ฝ้ายกับใหม่ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พวกเราคิดจะทำหนังสั้นเสนอปัญหาของแรงงานข้ามชาติ โดยการปล่อยหนังมาเป็นตอนๆเพื่อให้น่าติดตามผ่านทางYouTube และโปรโมทผ่าน Facebook แฟนเพจที่เราจะสร้างขึ้น

และในวันถัดมาคือวันที่ 15 มีนาคมเราได้อบรมหัวข้อ Social media and communication training โดย Adam จาก MTV EXIT ทำให้กลุ่มเราได้ไอเดียมาพัฒนา project หนังสั้นที่เสนอปัญหาแรงงานข้ามชาติ โดยกลุ่มคิดชื่อ project หนังสั้นชุดนี้ว่า shock film เผยแพร่ทั้งใน Facebook แฟนเพจที่กลุ่มจัดขึ้นและนำหนังสั้นไปฉายตามFacebook แฟนเพจของมหาวิทยาลัยต่างๆเพื่อดึงดูดให้กลุ่มนักศึกษาสนใจในหนังสั้นของเรา และอาจจะฉายใน MTV EXIT ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร เพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ กลุ่มของดิฉันมีพี่โจเป็นเจ้าไอเดียหลัก เราทุกคนร่วมกันแชร์ไอเดีย ช่วยกันคิดรายละเอียดต่างๆ ฝ้ายและใหม่เป็นผู้พรีเซนต์ที่ดี ดิฉันดีใจที่ได้ร่วมงานกับคนเก่งๆและมีความเป็นเพื่อนเป็นพี่ที่น่ารัก Adam ยังให้เราจับกลุ่มใหม่ และแจกโจทย์ให้เราค้นหาเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติผ่านทาง social media ต่างๆกลุ่มของดิฉันมี 4 คนคือดิฉัน ใหม่ พี่ซัน จากมอ.ปัตตานี พี่ปิ่น จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เราได้โจทย์คือ Instagram ซึ่งมีใหม่มี Instagram อยู่คนเดียว แต่เราก็พยายามหาด้วยกันซึ่งเป็นไปด้วยความลำบากเพราะหายากมาก ดิฉันไม่สามารถจำชื่อ Instagram ต่างๆที่หาได้แต่จำรายละเอียดเกี่ยวกับ Instagram ที่หาได้ว่าเป็นการรวมตัวกันของแรงงานข้ามชาติในการทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน เช่น ทำงานศิลปะ ถ่ายรูป เล่นดนตรี แต่ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นแรงงานข้ามชาติที่อยู่ในประเทศฝั่งตะวันตก ทำให้ดิฉันคิดว่าในเมืองไทยในการที่กลุ่มแรงงานข้ามชาติจะเข้าถึงติดต่อและ รวมกลุ่มกันทำกิจกรรมผ่าน social media นั้นเป็นเรื่องยากมาก ในยุคที่ผู้คนทั่วโลกติดต่อกันด้วย social media การเข้าถึงเทคโนโลยีการสื่อสารของกลุ่มแรงงานข้ามชาติเป็นเรื่องที่เราต้อง คิดเหมือนกัน การเข้าถึง social media ของกลุ่มแรงงานข้ามชาติอาจจะทำให้พวกเขามีพื้นที่ในการบอกปัญหาของพวกเขาให้ คนในสังคมรู้ เป็นพื้นที่รวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการรวมตัวกันเรียกร้องสิทธิต่างๆ

ตลอดสองวันที่ดิฉันเข้าร่วม การปฐมนิเทศสิ่งที่ดิฉันประทับใจที่สุดคือคนรอบข้าง เพื่อนยุวทูตสะพานเสียง พี่วิทยากร พี่ที่ดูแลพวกเรา เพราะทุกคนล้วนกำลังพยายามพัฒนาตัวเอง ทำงานเพื่อที่จะเกื้อกูลคนอื่นๆในสังคม เพื่อนยุวทูตทุกคนที่ดิฉันได้คุยด้วยล้วนมีแววตาที่มุ่งมั่นกับงานที่ตัวเอง ได้รับผิดชอบ ดิฉันอยากอ่านงานเขียนของพวกเขาที่จะเล่าเกี่ยวกับการทำงานเรื่องสิทธิมนุษย ชนในองค์กรที่พวกเขาได้ร่วมงาน และรอเจอพวกเขาอีกครั้งหลังจากพวกเราแยกย้ายกันไปทำงานเมื่อถึงวันนั้นเราคงได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันและกัน ในเย็นวันที่ 14 มีนาคม เราได้ไปเจอวง Bodyslam พี่ตูนนักร้องนำของวง พูดว่าเรื่องแรงงานข้ามชาติ เรื่องการค้ามนุษย์นั้น ในสังคมเราบางทีมองมันเป็นเรื่องห่างไกลแต่มันเป็นปัญหาที่ต้องตระหนักมาก เราพยายามทำให้สังคมตระหนักกับเรื่องนี้ในฐานะนักร้องคนหนึ่ง ดิฉันก็จะพยายามด้วยในฐานะนักศึกษาคนหนึ่ง วันที่ 13 มีนาคม2557 เป็นวันที่ดิฉันอายุครบ 20 ปี งานปฐมนิเทศโครงการยุวทูตสะพานเสียง โอกาสในการทำงานเป็นยุวทูตสะพานเสียงโดยดิฉันรับผิดชอบร่วมงานกับมูลนิธิ คุ้มครองสิทธิทางด้านเอดส์(FAR) ดิฉันถือเป็นของขวัญชิ้นสำคัญ ที่ให้โอกาสดิฉันได้พัฒนาตัวเองและมีประสบการณ์ในการทำงานเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน

nattanicha

 

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

Google Translation

%d bloggers like this: