Skip to content

First blog – วิภานันทน์ ตันธนะสาร (นันทน์)

Wipanan nun

เช้าวันศุกร์ที่ 14 มีนาคม เวลาหกนาฬิกาสามสิบห้านาที ฉันอยู่ในห้องรับรองของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส อีเมล์ที่ได้รับก่อนหน้านี้แจ้งมาว่าจะมียุวทูตสองคนคอยประสานงานยุวทูตคนอื่นๆซึ่งไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อนในชีวิต และยุวทูตสองคนนั้นจะรออยู่ในห้องรับรอง แต่…ไม่มี! ไม่มีใครถือป้าย ‘สะพานเสียง’ หรืออะไรทำนองนี้อยู่ในห้องรับรองสักคน…งานเข้าสิคะ

มีเวลาอีกเกือบชั่วโมงกว่าเครื่องจะออก บางทีอาจยังไม่มีใครมา ฉันเลยนั่งรอ พร้อมกับแซนวิชสามชิ้น บราวนี่สอง และกล้วยหอมอีกลูก ผ่านไปสิบนาที ของกินหมด ท้องอิ่ม แต่ยังไม่ทราบว่าจะเอาชีวิตไปไว้ตรงไหนดี หันมองไปรอบด้านอีกครั้ง พบผู้หญิงสองคน ดูจากโหงวเฮ้งแล้วบ่งบอกว่าอายุไม่น่าเกิน 23 ปี พอจะดูเป็นนักศึกษาได้ ไอ้เราก็เข้าไปถามอย่างมั่นใจ “มาจากโครงการสะพานเสียงป่ะคะ”

หนึ่งในสองนางเงยหน้ามองงงๆ “เปล่าค่ะ มาจากเอสซีจี”

…เงิบค่ะ

สามสิบนาทีผ่านไป…สายการบินประกาศว่าเที่ยวบินที่จะไปอุดรธานีพร้อมให้ผู้โดยสารขึ้นเครื่องแล้ว “หรือจะไปเจอกันที่อุดรเลย?” แล้วก็เดินไปจุดตรวจบัตรโดยสารแบบงงๆ ฉับพลันสายตาของฉันก็สบเข้ากับคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งแต่ละคนนั้นไซร้…ยืนห่างกันเป็นวา ลักษณะเหมือนไม่คุ้นเคย แต่ก็จำต้องอยู่รวมกลุ่มกันอย่างไรอย่างนั้น ครั้นสบตาปิ๊งๆ กับพี่ผู้หญิงหนึ่งในนั้น เธอก็ถามขึ้นทันที “สะพานเสียงป่ะคะ”

…สไตรค์! รอดแล้วเว้ยยย

จากนั้นก็เซ็นชื่อ ตรวจบัตร แล้วก็คุยกับอีกคนหนึ่ง เป็นผู้หญิง ถามไปถามมาก็พบว่าได้ host organization เป็นองค์กรเดียวกัน เธออายุมากกว่าฉันปีหนึ่ง นั่นคือ…พี่จีจี้ สาบาน…ว่าเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่เจอพี่จี้ แต่เย็นวันเดียวกันนั้น มีแต่คนถามเราสองคนว่า “รู้จักกันมาก่อนเหรอ” เพราะคุยเล่นประหนึ่งรู้จักกันมาตั้งแต่อนุบาล (ฮา)

พอไปขึ้นเครื่องก็บังเอิญ…นั่งข้างท่านส.ส.

“พี่คะ หนูถามไรหน่อยสิ เขาบอกให้แต่งสูทเหรอ”

พี่โจ…หนึ่งในยุวทูตที่ (จำต้อง) นั่งข้างฉันบนเครื่องบิน เขาล่อใส่สูทมาอย่างเต็ม ถ้าหาพวงมาลัยมาให้พี่โจสักพวง พาเฮียแกไปหาเสียงได้เลย ไอ้เรานี่แบบ…เสื้อยืดกางเกงยีน สะพายเป้ ประหนึ่งจะไปออกค่ายทุรกันดาร(ไม่สุภาพค่ะ อย่าเลียนแบบ)

ถึงสนามบินอุดร รถของโรงแรมก็มารับ ระหว่างทางก็ได้ทำความรู้จักกับคนอื่นๆ ได้แก่ พี่ตา (ผู้หญิงคนนี้แซ่บชอบอ่ะ!) พี่แต้ว (ตลกหน้าตาย…สุดยอด) พี่ปาย (ฟังไทยรู้เรื่องไม่รู้เรื่อง เฮียปายก็ยิ้มตลอด) สามคนนี้เหมือนกรุ๊ปอินเตอร์ สปีคเบอร์มีสตลอดเวลายังมีพี่ซัน (เพื่อนส.ส.ของพี่โจ แต่งแซ่บพอกัน) แล้วก็พี่บาส (เฮียสนิทกับสาวเชียงใหม่จังเลย)

ไปถึงโรงแรมนู่นแหละ ถึงได้รู้จักกับสาวเชียงใหม่ เด็กมช. ทั้งสามอันได้แก่ บุญเนียน (ชอบชื่อจริงนาง….มากกก) ฝ้าย (ตอนแรกดูเงียบนะ…ตอนแรกๆ อ่ะนะ) ป๊อบแป๊บ (พูดเพราะมากของมากที่สุด น่ารักอ่ะ!) แล้วยังมียุวทูตอีกคนผู้ตกเครื่องบิน! สาวเมเลยมาถึงอุดรเอาซะบ่ายๆ แต่ยังไงก็ถึงนะ

ทีนี้ เราควรจะพูดถึง…สาระ?

เอิ่ม หน้ากระดาษจะหมดละ ไปหาสาระจากบล็อกคนอื่นได้ไหมเอ่ย? (ฮา)

ประสบการณ์ที่ได้จากการมาอบรมครั้งนี้ – ได้เจอดาราด้วยละ หล่อใสขาวเว่อร์ เรา พี่จี้ ฝ้ายกรี๊ดกันใหญ่…แต่เรื่องนี้ไร้สาระเนอะ งั้นเอาเป็นเรื่องนี้ – ได้เจอพี่ตูนด้วยละ พี่ตาฟินสุดๆ…ยังไม่มีสาระ? – โอเค มาเว้าเรื่องการอบรมดีกว่า…แต่โควตาหน้ากระดาษหมดแล้วอ่ะ

ขอบคุณที่ทนอ่านนะฮะ ❤

ทว่า…ด้วยความที่กลัวไม่ได้ไปต่อเพราะความไร้สาระ เรื่องของเรื่องเลยมีอยู่ว่า การได้มาอบรมปฐมนิเทศในครั้งนี้ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมากมาย เจ้าหน้าที่และวิทยากรที่แสนจะน่ารักทั้งหลาย อันได้แก่ พี่อานัสที่กรุณาเลี้ยงไอติมเด็กๆ Anna ผู้อัธยาศัยดีมากๆ เช่นเดียวกับ Eliza (ดวงตาของ Eliza สวยสุดๆ นิสัยน่ารักด้วย หลงรักเลย – ฮา) รวมไปถึง Adam วิทยากรพิเศษจาก MTV EXIT เสียงอันกังวานชัดเจนแสนจะฟังง่ายของวิทยากรทุกท่านทำให้เรารู้สึกว่าภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาหลักที่ใช้ในการอบรมไม่ใช่ของน่าสยองอะไรนักอีกอย่างหนึ่งบรรยากาศที่ทุกท่านช่วยสร้างขึ้นมา ทำให้การอบรมครั้งนี้ไม่มีความซีเครียดเจือปนอยู่ในอากาศ ไม่มีการงีบหลับให้อับอายขายขี้หน้า เป็นกันเอง เสนอความเห็นได้ มีแจกลูกอมเป็นรางวัลด้วย (แสดงให้เห็นว่ายุวทูตอย่างพวกเรายังอยู่ในวัยใสๆ…เนอะ?)

เนื้อหาของการอบรมหลักๆ คือเรื่องพื้นฐานเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติที่อยู่ในประเทศไทย ปัญหา สถิติ ความเชื่อ เรื่องจริงและเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับแรงงานเหล่านี้คือสิ่งที่ถูกพูดถึงระหว่างการอบรม มีการอธิบายถึงhost organizations ของยุวทูต โดยพี่ทิชาจาก World Vision และหัวหน้าของพี่เขานั่นคือคุณชายไทย รักษาชาติ (เป็นครั้งแรกที่จำชื่อ-นามสกุลคนอื่นได้แม่นขนาดนี้…ชื่อบุญเนียน ชิดขวาผ่านตลอดเลยทีเดียว) ก็กรุณามาตอบคำถามเดี่ยวกับข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้านในเรื่องของแรงงานข้ามชาติ นอกจากนี้ยังมีการแบ่งกลุ่มคิดโปรเจ็คสนุกๆ เพื่อแรงงานข้ามชาติด้วย ได้เห็นไอเดียของเพื่อนๆ พี่ๆ ทั้งหลายแล้วอยากจะยืดดด….นักศึกษาไทยก็เก่งนาเหวยยย (ฮา)อีกอย่างคือการอบรมเกี่ยวกับการใช้ social networks ของ Adam ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องใกล้ตัววัยรุ่นอย่างพวกเรามากที่สุด ก็เลยเข้าใจและเห็นภาพได้ง่ายที่สุด แต่สิ่งสำคัญที่ได้จากการอบรมครั้งนี้ ฉันคิดว่ามันคือการมองให้เห็นเรื่องง่ายๆ ใกล้ตัวที่เรามักมองข้ามไป และการเอาเรื่องง่ายๆ นั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด – นั่นละ แต่จะทำยังไง?

การทำกิจกรรมอาสาสมัครผ่านการเป็นยุวทูตสะพานเสียงก็เช่นเดียวกัน ปัญหาแรงงานข้ามชาติเป็นเรื่องใกล้ตัวเรื่องหนึ่งที่เราอาจมองข้ามไป เรายังตอบไม่ได้ว่าจะได้อะไรจากการทำตรงนี้ และเราก็ยังไม่สามารถพูดได้ว่าเราลงมือทำอะไรลงไปแล้ว แต่การที่เรามาอยู่ตรงนี้ นั่นหมายถึง เราคิดและพร้อมที่จะทำอะไรบางอย่าง – ไม่ว่ามันจะเป็นการทำเพื่อตนเอง หรือเพื่อใคร แต่อย่างน้อยที่สุด…มันก็มีคนที่ได้ประโยชน์

…มีสาระขึ้นบ้างหรือยัง?

ไว้เจอกันใหม่นะคะ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Google Translation

%d bloggers like this: