Skip to content

Epi.1: ผ่องนภา คิดหา (ป๊อปแป๊ป) กับมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (HRDF)

Saphan Siang e

จากการที่ได้ไปอาสาสมัครทำงานกับมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (Human Rights and Development Foundation – HRDF) ได้ทำหน้าที่ในการสอนภาษาไทย การเดินทาง ไปสอนระยะทางค่อนข้างไกล เนื่องจากศูนย์การเรียนรู้และการพัฒนาแรงงานข้ามชาติ (MLDC) อยู่ที่หมู่บ้านนันทาราม อำเภอสารภี ศูนย์การเรียนรู้และการพัฒนาแรงงานข้ามชาติแห่งนี้ เป็นศูนย์ที่เปิดขึ้นเพื่อให้คนที่สนใจเรียนภาษาทั้ง ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาไทใหญ่ มาเรียนซึ่งไม่ได้เจาะจงเฉพาะผู้ที่เป็นแรงงานข้ามชาติเท่านั้น เด็กๆชาวไทย หรือผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้เคียงก็มาเรียนได้ด้วย ซึ่งคนที่สนใจสามารถมาเรียนได้ในวันจันทร์ พุธ และศุกร์ เวลา 18.00 – 20.30 น. เนื่องจากเป็นเวลาที่ทุกคนเลิกงานกันแล้วความรู้สึกในการที่ได้ไปสอนครั้งแรก รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เนื่องจากยังไม่เคยสอนภาษาไทยมาก่อนเลย อีกทั้งคนที่มาเรียนภาษาไทยก็เป็นแรงงานข้ามชาติ จึงกังวลว่าจะสื่อสารกันไม่เข้าใจ แล้วเกิดปัญหาในการเรียนการสอนขึ้น แต่เมื่อได้ไปสอนจริงๆแล้ว กลับตรงกันข้าม วันแรกที่ไปถึงทุกคนน่ารักมาก เป็นกันเอง แทบไม่ต้องปรับตัวอะไรมากก็สนิทกันอย่างรวดเร็ว ประทับใจมากที่ทุกครั้งที่ไปสอนทุกคนจะพูดว่า “สวัสดีครับ/ค่ะ ครู” ถ้าเกิดเวลามีอะไรสงสัยนักเรียนก็จะเรียก “ครูครับๆ/คะๆ” หรือ เมื่อสอนเสร็จก็จะอวยพรให้ว่า “ครูครับ/คะ เดินทางกลับดีๆนะ” ซึ่งไม่เคยคิดมาก่อนว่าในชีวิตนี้จะมีใครเรียกว่าครูเช่นนี้

ปัญหาที่เกิดขึ้นในการทำงาน คือศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เป็นศูนย์เปิดที่ใครอยากเรียนก็สามารถเข้ามาเรียนได้ ทำให้บางครั้งมีนักเรียนมาเพิ่ม ซึ่งไม่มีพื้นฐานภาษาไทยเลย การที่จะสอนรวมกับคนอื่นก็เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน ทำให้ต้องแยกสอนเป็นกลุ่มๆเพราะแต่ละคนมีพื้นฐานไม่เหมือนกัน อีกทั้งพวกเขาเหล่านี้ก็ไม่ได้ว่างกันทุกคน บางคนลางานไม่ได้ หรือติดทำงานก็ไม่สามารถมาเรียนได้ ทำให้การเรียนขาดความต่อเนื่อง แต่เมื่อไหร่ถ้าพวกเขาว่างพวกเขาก็มาเรียน ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้เป็นปัญหาที่ใหญ่มากนัก เนื่องจากเข้าใจว่าแต่ละคนก็มีหน้าที่ที่ต้องทำ มีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบ การที่พวกเขาเหล่านี้มีความสนใจในการเรียน สละเวลาของพวกเขามาเรียนก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากแล้ว

จากการที่สอนภาษาไทยผ่านมาเดือนกว่าแล้ว สิ่งที่ได้จากการสอนที่นี่คือ การได้รู้ว่าแรงงานข้ามชาติควรที่จะได้รับโอกาสในการเรียนรู้ แม้ว่าพวกเขาไม่ใช่คนไทย แต่พวกเขาก็มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนประเทศของเรา ทั้งในด้านเศรษฐกิจ เกษตรกรรม และ อุตสาหกรรม  ในการทำงานของแรงงานข้ามชาติเหล่านี้ พวกเขาต่างก็ถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกโกงค่าจ้าง หรือทำสัญญาต่างๆที่ทำให้พวกเขาไม่ได้รับความยุติธรรม การเรียนภาษาไทยจึงเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยพวกเขาให้ได้รับความยุติธรรมในด้านต่างๆ เนื่องจากถ้าพวกเขาสามารถอ่านและเขียนภาษาไทยได้ ก็จะไม่ได้ถูกนายจ้างเอาเปรียบอีกต่อไป พวกเขาสามารถอ่านสัญญาที่ทำกับนายจ้างได้ สามารถกรอกเอกสารสมัครงานที่ตนเองสนใจได้ ตลอดจนถึงหากมีความสนใจเรียนต่อให้สูงขึ้นก็สามารถเรียนต่อ กศน. หรือ นำความรู้ที่ได้เรียนไปใช้ในโรงเรียนได้ ซึ่งพวกเขาต่างก็ตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนภาษาไทย จึงใช้เวลาตอนเย็นหลังเลิกเรียน หรือเลิกงาน มาเรียนภาษาไทย แม้ว่าจะเหนื่อยจากการทำงาน แต่พวกเขาก็ความพยายาม และมีความตั้งใจเรียนกันมา

Saphan Siang .

การได้มาสัมผัสและเรียนรู้เกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติจริงๆทำให้รู้ว่าในขณะที่บางคนได้รับโอกาสในการเรียนมากมาย ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบาย มีเงินเรียนในโรงเรียนดีๆ สถาบันสอนพิเศษชื่อดัง มีโอกาสเข้าถึงสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย แต่กลับไม่สนใจในการเรียน ไม่ขวนขวายหาความรู้ ใช้เวลาแต่ละวันไปอย่างเปล่าประโยชน์ แต่แรงงานข้ามชาติที่นี่กลับไม่ใช่อย่างนั้น พวกเขาทำงานหนัก แต่กลับถูกเอาเปรียบ ไม่ได้รับโอกาสดีๆอย่างที่หลายคนได้รับ แต่พวกเขาก็ไม่ท้อ พยายามขวนขวายหาความรู้ เพื่อพวกเขาจะไม่ได้รับการเอาเปรียบอีกต่อไป และพวกเขาต่างก็หวังว่าสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพอื่นๆได้ สิ่งที่พวกเราจะสามารถช่วยได้คือการให้โอกาสพวกเขาเหล่านี้ ปรับเปลี่ยนทัศนคติของเราที่มีต่อแรงงานข้ามชาติใหม่ เพราะไม่ใช่แรงงานข้ามชาติทุกคนที่จะก่อปัญหา มีแค่ส่วนน้อยเท่านั้น ก็เหมือนกับคนไทยที่ไม่ได้เป็นคนดีกันทุกคน  และไม่ได้เป็นคนไม่ดีกันหมด คนเราก็มีดีบ้างไม่ดีบ้างปะปนกันไป เราควรเข้าใจในประเด็นนี้ด้วย  ไม่ควรนำทัศนคติแบบผิดๆนี้   มามองคนอื่น แม้ว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่ใช่คนไทยก็ตาม

Saphan Siang g

สิ่งที่ท้าทายและความคาดหวังในการทำงานนี้คือ การสอนภาษาไทยให้ประสบความสำเร็จ นั่นคือ สามารถทำให้พวกเขาเหล่านี้ อ่านออก เขียนได้ และสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันของพวกเขาได้  เนื่องจาก เคยได้มีโอกาสถามว่า “ทุกคนอยากเรียนเรื่องอะไรกันบ้าง ?” ซึ่งก็ได้รับคำตอบที่หลากหลาย เช่น “การสะกดคำครับ” “การเขียน ค่ะ  เพราะอ่านได้แต่เขียนไม่คล่อง” หรือแม้แต่ “อะไรก็ได้ครับ ตามใจครู” แต่คำตอบที่ฟังแล้วรู้สึกชอบคือ มีน้องคนหนึ่ง ตอบว่า “เรียนอะไรก็ได้ครับ ที่ผมสามารถเอาไปใช้จริงๆได้” ซึ่งทำให้ได้ตระหนักว่า การสอนภาษาไทยให้พวกเขาเหล่านี้ ไม่ จำเป็นต้องเรียนแบบท่องจำ ต้องจำให้ได้ ทุกหลักไวยกรณ์ภาษาไทย เพราะบางครั้งการท่องจำไม่ได้ช่วยให้สามารถนำไปใช้ จริงๆ ได้ ถ้าหากสอนภาษาไทยแล้วพวกเขาเหล่านี้สามารถนำความรู้ไปใช้ได้ และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเขาเหล่านี้ประสบความสำเร็จก็รู้สึกดีใจมากแล้ว

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณโครงการยุวทูตสะพานเสียงที่ได้มอบโอกาสดีๆอย่างนี้ให้ ให้ได้รับประสบการณ์ดีๆและปรับเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติ รู้สึกดีใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ ที่จะเป็นเสียงหนึ่งที่ช่วยแรงงานข้ามชาติให้ได้รับโอกาส และสิทธิต่างๆอย่างเพียงพอ และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นได้ในสังคมนี้

Saphan Siang d

Advertisements

1 reply »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Google Translation

%d bloggers like this: