Skip to content

Ep.1: ปิ่นสุดา สุวรรณโณ (แต้ว) กับ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยในพม่า (TACDB)

ต่อจากครั้งที่แล้วที่ได้เล่าเรื่องการปฐมนิเทศในโครงการสะพานเสียงจนถึงเวลานี้เป็นเวลาประมาณ 1 เดือนที่เราได้ทำงานร่วมกับมูลนิธิ (TACDB)…

ก่อนหน้านี้เราค้นหาเรื่องราวของที่นี่แล้วพบว่าเมื่อก่อนเป็นองค์กรที่เคยทำงานในประเด็นเกี่ยวกับการผลักดันประชาธิปไตยในพม่าแต่ก็ได้หยุดไป ถามจากพี่ที่มูลนิธิเขาบอกว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนรวมถึงขาดทุนสนับสนุนในตอนนี้มูลนิธิที่นอกจากช่วยเรื่องต่างๆให้กับแรงงานแล้วที่เหล่าแรงงานรู้จักกันดีนั่นคือมูลนิธิแห่งนี้เป็นโรงเรียนสอนภาษาที่มีชื่อน่ารักๆว่า Dear Burma งานหลักที่เราได้ทำจึงเป็นการช่วยสอนภาษาไทยให้กับเหล่าแรงงานที่มาเป็นนักเรียนในโรงเรียน

ที่โรงเรียนสอนทั้งภาษาไทยอังกฤษ และคอมพิวเตอร์ให้แก่แรงงานไม่จำกัดเชื้อชาติที่สนใจซึ่งส่วนมากเรียนเพื่อนำความรู้ไปใช้ในการทำงานเป็นส่วนใหญ่โดยแบ่งระดับชั้นเรียนเป็นระดับต่างๆวันแรกที่เข้าไปมูลนิธิพี่ไก่พี่ที่มูลนิธิให้เราไปดูแนวการสอนของพี่ที่อาสามาสอนก่อนหน้านี้แล้วว่าเป็นอย่างไรทำให้เราได้รู้จักกับพี่ออยพี่สาวที่น่ารักแถมใจดีที่สมัครมาสอนที่นี่ด้วยตัวเองรวมถึงพี่พีที่อาสามาสอนที่นี่เพราะเห็นประกาศเฟสบุ้คของพี่ออยได้เจอพี่ๆที่อาสามาช่วยมูลนิธิเองแบบนี้ทำให้เราคิดได้ว่าในความเป็นจริงถ้าเราสนใจที่จะช่วยเหลือคนอื่นไม่จำเป็นต้องรอโอกาสไหนหรือโครงการอะไรเลยด้วยซ้ำ

เราได้สอนภาษาไทยให้นักเรียนระดับแรกสุดของการเรียน พี่ไก่ (พี่เจ้าหน้าที่) บอกว่าจะเริ่มต้นนี้จำเป็นต้องให้ชินกับเสียงไทยจริงๆก่อนการสอนระดับนี้ส่วนสำคัญคือการสอนพยัญชนะสระแล้วให้เขาออกเสียงได้อย่างถูกต้องดูเหมือนง่ายแต่จริงๆแล้วรู้เลยว่าภาษาไทยยาก เสียงสูง ต่ำในแต่ละคำที่เราพูดกันได้ดีอาจเป็นเพราะเราใช้จนชินแต่บางทีอาจลืมไปแล้วว่าหลักการผสมคำมันเป็นอย่างไรมีกฎมากมายและยังมีคำจากภาษาอื่นมาทำให้เรางงอีกต่างหากรวมถึงเหล่าแรงงานที่สื่อสารไทยได้แต่ไม่ร้อยเปอร์เซนต์และยังอ่านกับเขียนไม่ได้ทำให้การสอนของเรานั้นต้องทำการบ้านมาก่อนพยายามคิดว่าจะสอนยังไงเพราะไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้รวมถึงต้องเข้าใจว่าสิ่งที่เราสื่อสารไปเขาอาจไม่เข้าใจจริงๆทั้งหมด  ภาษาวัยรุ่นที่เคยใช้พูดจึงต้องพยายามตัดทิ้งไปต้องพูดแบบที่ถูกต้องชัดเจนกับเขา  บางทีเจอคำที่เข้าใจยากหรืออธิบายยากด้วยก็ต้องใช้ภาษาท่าทางยกตัวอย่างมากๆวาดรูปบ้างเทียบกับคำพม่าที่เราพอเข้าใจบ้างเรียกได้ว่าต้องใช้พลังสูงทีเดียว

Taew

แต่ถึงจะใช้พลังงานในการสอนแค่ไหนแต่ก็ต้องขอบคุณนักเรียนแรงงานฯที่บางคนอายุมากกว่าเรามากแต่ก็ยังตั้งใจเรียนกันจริงๆเขาเคารพครูกันมากจนครั้งแรกเรารู้สึกเกร็งร่วมมือกับเราทุกอย่าง  จึงทำให้เรามีความมั่นใจขึ้นแล้วก็ไม่รู้สึกว่ามันยากลำบากขนาดนั้น เริ่มเข้าใจคนที่เป็นครูเลยว่าเหนื่อยแค่ไหน  ถ้านักเรียนไม่สนใจนึกขอโทษครูของตัวเองในใจขึ้นมาเลยที่บ่อยครั้งที่เราสนใจมือถือการ์ตูนหรือแม้แต่โอปป้าเกาหลีมากกว่าสิ่งที่ครูกำลังสอน….

นอกจากจะได้ทำงานสอนแล้วพี่เมี๊ยนเวย์ (พี่ใหญ่ของมูลนิธิฯ) ยังให้โอกาสเราได้แปลคดีต่างๆที่มีแรงงานเข้ามาร้องเรียนหรือของความช่วยเหลือทำให้เราได้รู้เรื่องของแรงงานที่หลายคนต้องประสบกับปัญหา เช่น การจ้างงานที่ไม่ยุติธรรม สิ่งแย่ๆอย่างการโดนหลอกขายทำร้ายร่างกาย  หรือเรื่องการทำเอกสารต่างๆของตนเองก็มีมาขอคำแนะนำกันมากซึ่งหลังจากที่ได้รู้เรื่องราวเหล่านี้เราพบว่าสาเหตุหนึ่งซึ่งเราคิดว่าสำคัญที่ทำให้แรงงานถูกเอาเปรียบหรือเวลาเกิดอะไรขึ้นแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ทันถ่วงทีเป็นเพราะพวกเขาเองนั้นจำนวนมากที่ไม่ทราบว่าถ้าเกิดกรณีต่างๆขึ้นแล้วต้องทำอย่างไร  บางคนอาจรู้จักมูลนิธิหรือหน่วยงานต่างๆอยู่บ้างแต่มีจำนวนมากเลยที่ไม่รู้ว่าตนเองนั้นมีสิทธิขั้นพื้นฐานอะไรบ้างหรือหน่วยงานไหนบ้างที่จะคอยช่วยเหลือตนได้และตนจะต้องดูแลตัวเองเบื้องต้นอย่างไร  

เหตุนี้ทำให้เราคิดกันกับพี่โต้พี่ที่มูลนิธิอีกคนว่าน่าจะปรับหนังสือเรียนกันใหม่จากที่เคยให้อ่านเป็นบทความทั่วไปก็จะเปลี่ยนมาเป็นบทความเกี่ยวกับเรื่องสิทธิแรงงานต่างๆที่มีประโยชน์ต่อพวกเขา  ถือเป็นการสอนภาษาและให้ความรู้เรื่องนี้ไปด้วยแต่มีข้อที่ต้องใส่ใจอยู่ว่าส่วนใหญ่แล้วบทความเรื่องเหล่านี้จะมีภาษาที่ยากขึ้นมาจากปกติทำให้เราต้องพยายามปรับให้เป็นภาษาที่เข้าใจง่ายและอาจต้องใช้ภาพประกอบเข้าช่วยเราเองเหมือนกันที่ไม่ได้รู้เรื่องแรงงานมากมายสักเท่าไหร่ก็ต้องอาศัยเรียนรู้กับพี่ๆที่มีประสบการณ์รวมถึงหาข้อมูลเพิ่มเติมในการทำหนังสือนี้ด้วย

แต่ถ้ามีความรู้ในเรื่องของตนแล้วแต่ยังคงไม่กล้าหรือไม่มั่นใจในสิทธิที่ตนเองมีก็จะทำให้การแก้ไขปัญหาหรือการให้ความช่วยเหลือนั้นยากขึ้นได้จากการบอกเล่าของพี่เมี๊ยนเวย์และการสังเกตแรงงานที่มาเรียนเราเห็นว่าสาเหตุที่ทำให้ปัญหาเรื่องแรงงานไม่ได้รับการช่วยเหลือแก้ไขหรือใส่ใจนักส่วนหนึ่งมาจากตัวของแรงงานเองที่หลายคนกลัวหรือไม่กล้าเรียกร้องอะไรมากนักเพราะกลัวถูกจับโดนทำร้ายหรืออาจไม่รู้ว่าตนเองต้องดำเนินการกับใครอย่างไรและส่วนใหญ่ที่ไม่อยากมีปัญหา

Taew 02

สิ่งสำคัญที่เราเห็นจากสิ่งที่เราได้ทำนี้คือการที่ถ้าเราพยายามจะสื่อสารกันด้วยความตั้งใจจริงใจปราศจากอคติอย่างแท้จริงแล้วเรากับเขาที่มีเส้นกั้นทางภาษาก็สามารถสื่อสารกันได้อย่างเข้าใจเป็นมิตรต่อกันและอยู่ร่วมกันอย่างดีได้ ซึ่งเราคิดว่าวิธีนี้ใช้ได้ดีกับทุกๆความสัมพันธ์แม้กระทั่งกับปัญหาของคนไทยด้วยกันเองที่มีอยู่ในเวลานี้ด้วยเช่นกัน

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

Google Translation

%d bloggers like this: