Skip to content

Epi.1: ธีรเมธิศวร์ เหลืองอุบล (บาส) กับมูลนิธิเพื่อการพัฒนาแรงงานและอาชีพ (Homenet)

ท่ามกลางหมอกควันอันปะทุกรุ่นขึ้นจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ยาวนาน  ประเด็นทางสังคมหลายอย่างถูกปิดพรางจนแทบไม่ปรากฏในสื่อที่ถูกควบคุมด้วยเหตุผลเพื่อความสงบเรียบร้อย กิจกรรมเพื่อขับเคลื่อนประเด็นเหล่านั้นถูกเลื่อนกำหนดการออกไปแทบทั้งสิ้น  แต่มิได้หมายความว่าบรรดาคนทำงานจะจำนนยอมต่อสภาพการณ์ดังกล่าว  หากแต่ยังพยายามอย่างสุดกำลังเพื่อทำสังคมให้ดีขึ้นในทุกๆวันแม้เพียงเล็กน้อยก็ไม่อาจละเลยได้ ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยกับอุดมการณ์ทางการเมืองแบบใด ประสงค์จะสวมเสื้อสีใด เราล้วนหวังจะได้เห็นประเทศไทยที่ดีขึ้นกันทั้งสิ้นต่างแต่ว่าจะดีขึ้นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับอุดมคติแบบใด  ถึงกระนั้นก็เป็นการดีมิใช่หรือที่ทุกคนมุ่งดีมุ่งเจริญต่อชาติบ้านเมือง

แล้วคงเป็นการดีไม่ใช่น้อย ถ้าทุกคนจะได้มองเห็นปัญหาต่างๆในบ้านเมืองของเรา แม้เป็นปัญหาที่แตกต่างกันออกไปก็ตาม  แทนการนิ่งดูดาย ก่นด่า บ่นหรือคร่ำครวญอย่างสิ้นหวัง  การลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงบางสิ่งย่อมเป็นการดีกว่าโดยไม่ต้องสงสัย  และหากไม่เห็นความเป็นไปได้ว่าคนธรรมดาอย่างเราจะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบ  โปรดอย่ามองข้ามไปจนไม่เห็นว่าในเวลาเดียวกันนี้เราสามารถเปลี่ยนแปลงคนๆหนึ่งซึ่งกำลังอ่านข้อความบรรทัดเดียวกับเราได้ คนๆนั้นไม่ใช่ใครอื่นไกลคือตัวเราเองและการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นมาแล้วในโลกล้วนอิงอาศัยการเปลี่ยนไปของคนธรรมดาทั้งสิ้น

รู้จักกับผมและ Homenet Thailand 

ขณะที่องค์กรที่ยุวทูตฯอื่นเข้าไปทำงานนั้นล้วนมีชื่อที่ทำให้รู้โดยง่ายว่าเป็นองค์กรที่มุ่งทำงานเพื่อแรงงานข้ามชาติเป็นหลัก  มูลนิธิฯของผมนั้นมีแรงงานนอกระบบเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ซึ่งในระยะเวลาที่ผ่านมาโดยส่วนใหญ่เป็นการทำงานเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสวัสดิการของแรงงานนอกระบบที่เป็นคนไทย ลูกจ้างทำงานบ้านเป็นแรงงานประเภทหนึ่งซึ่งทางมูลนิธิได้ให้ความสำคัญ  และลูกจ้างทำงานบ้านส่วนใหญ่ในประเทศไทยเป็นแรงงานข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้าน  ในส่วนนี้เองที่ผมได้มีส่วนช่วยรับผิดชอบเป็นหลักด้วยการบันทึกและสรุปการประชุมและอบรมกฎหมาย (Legal training) สำหรับลูกจ้างทำงานบ้านที่เป็นแรงงานข้ามชาติจากสหภาพเมียนมาร์ นอกจากนี้ยังได้รับความไว้วางใจให้เขียนคอลัมน์เกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติในจดหมายข่าวลูกจ้างทำงานบ้านและจัดทำคู่มือสำหรับลูกจ้างทำงานบ้านทั้งสำหรับที่เป็นคนไทยและแรงงานข้ามชาติอีกด้วย

Bard 001

บทเรียนของผม

ในบทบาทยุวทูตสะพานเสียงสำหรับผมตลอดระยะเวลาเกือบสองเดือนที่ผ่านมา ผมอาจมองไม่เห็นชัดเจนสะดุดตานักว่าลำพังตัวผมได้สร้างความคลี่คลายในปัญหาที่แรงงานข้ามชาติได้เผชิญอยู่อย่างมากมาย  แต่ผมได้เรียนรู้ว่าก่อนหน้านั้นหลายทศวรรษและในอนาคตนับเนื่องไป  การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดมาและคาดการณ์ได้ว่าตลอดไปด้วยเพราะความพยายามตั้งใจของคนทำงานในองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมกับความร่วมมืออย่างแข็งขันจากพี่น้องแรงงานผู้ได้เผชิญปัญหาทั้งหลาย  อนุสัญญาระหว่างประเทศและกฎหมายในประเทศหลายฉบับได้ปรากฏขึ้นเพื่อให้ความคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการแก่แรงงาน  ใช่เป็นดอกผลเฉพาะจากความริเริ่มและความตระหนักกังวลของผู้นำเท่านั้น หากแต่ด้วยการเรียกร้องต่อสู้อย่างยาวนานของบรรดาแรงงานเอง  เหล่านี้คือบทพิสูจน์สำหรับสำนวนคลาสสิกที่ว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น  และกลายเป็นอุทาหรณ์สอนใจผมว่า ความพยายามในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาบางอย่างในสังคมนั้นไม่มีวันสูญเปล่า  เพียงแต่ต้องอาศัยเวลาและความอดทนรอ  นี่คือบทเรียนแรกที่สำคัญซึ่งผมได้เรียนรู้จากการทำงานในฐานะยุวทูตสะพานเสียง

แต่ลำพังความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับทัศนคติและพฤติกรรมของผมคงไม่สลักสำคัญอันใด  เมื่อเทียบกับมายาคติที่เคลือบพรางวิถีคิดของคนไทยเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติซึ่งจำต้องได้รับการแก้ไขให้ถูกต้องเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติให้สมกับคุณูปการอันใหญ่หลวงที่พวกเขามีต่อเศรษฐกิจและสังคมของเรา  ที่ซึ่งผมขอใช้โอกาสนี้บอกเล่าไปถึงผู้อ่าน  ขณะเดียวกันท่านก็จะได้ทราบด้วยว่าผมได้เรียนรู้อะไรอีกมากมาย  นอกจากบทเรียนแรกที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น

เริ่มด้วยมายาคติประการแรกที่ว่า “ลูกจ้างทำงานบ้านไม่ใช่แรงงาน”  เพราะสภาพสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป  ผู้หญิงไทยมีความจำเป็นต้องออกไปทำงานนอกบ้านเพื่อหารายได้ช่วยสามี  บทแห่งการเป็นแม่ศรีเรือนผู้เป็นเจ้าในกิจการงานบ้านทั้งหลายย่อมต้องหาผู้อื่นมารับผิดชอบแลกกับค่าตอบแทนเช่นเดียวกับอาชีพอื่น หรือว่าโดยง่าย คือ ต้องจ้างคนมาทำแทน  อาจเป็นเพราะเราถูกปลูกฝังกันมาอย่างยาวนานว่างานบ้านเป็นหน้าที่ของผู้หญิงซึ่งโดยทั่วไปผู้เป็นภรรยาไม่พึงคิดค่าแรงจากสามีได้  แต่วันหนึ่งเราอาจลืมพิจารณาต่อไปว่า  คนที่มาทำงานบ้านแทนผู้หญิงที่ต้องออกไปทำงานนอกบ้านนั้นมิใช่ภรรยา  หากแต่เป็นผู้ที่เราพึงเรียกว่า “ลูกจ้างทำงานบ้าน” ซึ่งโดยคำซึ่งมาประกอบกันนั้น “ลูกจ้าง” ย่อมมีความหมายเช่นเดียวกับแรงงานประเภทอื่น  ต่างแต่สภาพงานที่พวกเขาทำเท่านั้น  ลูกจ้างทำงานบ้านย่อมพึงได้รับสิทธิและสวัสดิการอย่างเท่าเทียมกันกับแรงงานทั่วไป  จากมายาคติข้อนี้  เราได้ร่วมกันรณรงค์เพื่อเรียกอาชีพนี้เสียใหม่เพื่อให้ความหมายถึงการเป็นแรงงานประเภทหนึ่งจากเดิมที่นิยมเรียกกันว่า “แม่บ้าน” เป็น “ลูกจ้างทำงานบ้าน” ซึ่งโดยข้อเท็จจริงแล้วพบว่า  แม้แต่ผู้มีอำนาจตัดสินใจเชิงนโยบายหลายคนยังเชื่อแบบพลาดผิดบิดเบือนอยู่ว่าลูกจ้างทำงานบ้านนั้นไม่ใช่อาชีพหรือแรงงานจึงไม่สมควรได้รับสิทธิและสวัสดิการใด

มายาคติประการที่สอง งานบ้านเป็นงานของคนไม่มีการศึกษาหรือคนที่ไม่มีทางเลือก” จากที่ผมได้พบลูกจ้างทำงานบ้านที่เป็นแรงงานข้ามชาติ หลายคนจบปริญญาตรีมาแล้วจากมหาวิทยาลัยในประเทศของเขาและอีกหลายคนพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วชนิดที่สามารถสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ชาวฟิลิปปินส์จากองค์การแรงงานระหว่างประเทศได้อย่างไม่ขัดเขิน  แต่หลายคนเลือกจะที่จะทำงานบ้านด้วยเพราะเป็นงานที่พวกเขาทำแล้วมีความสุขและหลายคนได้รับค่าตอบแทนในจำนวนที่น่าพึงพอใจ  แล้วเหตุผลใดเล่าที่จะถือเอาเป็นข้ออ้างในการดูแคลนอาชีพนี้ที่ซึ่งมีส่วนขับเคลื่อนสังคมให้ดำเนินไปในลักษณะเดียวกับที่ชาวนาช่วยให้อาจารย์มหาวิทยาลัยไปสอนหนังสือได้โดยไม่ต้องมามัวเปิดตำราหาวิธีปลูกข้าว  อย่างไรก็ตาม  ด้วยเพราะความที่การศึกษาไทยในปัจจุบันเปิดกว้างมากกว่าในอดีต  คนไทยในวันนี้จึงไม่พึงใจจะมาเป็นลูกจ้างทำงานบ้านอีกต่อไป  ความขาดแคลนแรงงานในส่วนนี้จึงจำเป็นที่จะต้องให้แรงงานข้ามชาติเข้ามาเติมเต็ม เช่นเดียวกับประเภทงานที่คนไทยไม่นิยมซึ่งเรียกรวมว่า 3D อันได้แก่  Dirty สกปรก, Difficult ยาก และ Dangerous อันตราย  ด้วยมายาคติข้อเดียวกันนี้เองที่ทำให้รัฐบาลเมียนมาร์มีท่าทีไม่สนับสนุนให้คนในเมียนมาร์เข้ามาเป็นลูกจ้างทำงานบ้านในประเทศไทย  ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ย่อมเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าแรงงานข้ามชาติมิได้เข้ามาแย่งงานคนไทยแต่อย่างใด โดยความขาดแคลนลูกจ้างทำงานบ้านในประเทศไทยเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดอีกตัวอย่างหนึ่งซึ่งสะท้อนการดังกล่าว

และมายาคติประการสุดท้าย แรงงานข้ามชาติมักสร้างปัญหาและภาระ  ดังที่ได้เกริ่นกล่าวไปบ้างแล้ว น่าจะเพียงพอที่จะทำให้เรามองเห็นได้ว่า  โดยปราศจากแรงงานข้ามชาติแล้วประเทศไทยจะเป็นอย่างไร  แต่กระนั้นก็ตามตลอดสองเดือนที่ผ่านมา  นอกจากการได้ทำงานในโครงการยุวทูตสะพานเสียงแล้ว  ผมยังมีโอกาสได้ไปร่วมกิจกรรมอื่นๆ จนได้พบกับผู้คนมากหน้าหลายตาซึ่งแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่ารัฐบาลไทยไม่พึงแบกรับภาระในการดูแลช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติ  หลายคนมองว่าพวกเขาเหล่านั้นรังแต่จะสร้างปัญหาให้กับประเทศไทย  นอกจากการลี้ภัยในภาวะสงครามแล้วไม่ควรมีเหตุผลอื่นใดที่เราจะอนุญาตให้ผู้คนจากประเทศเพื่อนบ้านอพยพเข้ามาในประเทศไทย  ที่ร้ายยิ่งกว่าคือ เจ้าของความคิดเหล่านั้นเป็นข้าราชการระดับสูงอีกด้วย

Bard 002

หากมองด้วยสายตาแห่งความเป็นธรรมแล้วย่อมพบได้ไม่ยากเย็นว่า  เป็นเราคนไทยหรือรัฐบาลไทยเสียเองหรือไม่  ที่ไม่ได้ให้ความเป็นธรรมและซ้ำเติมปัญหาแก่แรงงานข้ามชาติ  ทั้งด้วยการไม่ให้ความคุ้มครองสิทธิและสวัสดิการอย่างเท่าเทียมเหมาะสม  ไม่มีการอำนวยความสะดวกทางกฎหมายจนในที่สุดแรงงานข้ามชาติต้องหันไปพึ่งพานายหน้าขูดรีดแทน กระทั่งตกเป็นเหยื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า  ไม่เคารพในศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ที่ซึ่งทุกคนบนโลกมีอยู่อย่างเสมอภาคกันโดยปราศจากการคำนึงถึงเชื้อชาติ ศาสนา  และไม่ตระหนักในคุณูปการที่แรงงานข้ามชาติมีต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย  จนนำไปสู่การเอารัดเอาเปรียบแม้โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐเอง  

เป็นอาชญากรรมหรือไม่สำหรับการทิ้งบ้านเกิดเมืองนอนมาไกล  ทิ้งพ่อแม่และลูกน้อยให้คอยอยู่เบื้องหลังแล้วมาเสี่ยงหาเช้ากินค่ำในที่ซึ่งไม่ได้รายล้อมด้วยถ้อยสำเนียงแห่งภาษาแม่  เป็นความผิดหรือไม่ที่ชาวต่างชาติจะเข้ามาหารายได้ในประเทศซึ่งเชื่อว่าเงินทองเป็นของหาง่ายกว่าในบ้านเกิดของตนเพียงหวังส่งเงินนั้นกลับไปเป็นทุนการศึกษาลูก ค่ารักษาพยาบาลสำหรับพ่อแม่ที่แก่ชราขึ้นทุกวันและเป็นค่าข้าวปลาอาหารประทังชีวิตคนเหล่านั้นซึ่งรออยู่ด้วยความห่วงใยและคิดถึงเสมอ  หากเลือกได้เป็นใครเล่าจะอยากพรากไกลไปจากครอบครัว  ลำพังอุปสรรคทางภาษา ความไม่รู้กฎหมายและวัฒนธรรมอันแตกต่างนั้นก็เป็นความท้าทายอันใหญ่หลวงมากพอแล้วสำหรับแรงงานข้ามชาติทั่วไป  แต่สำหรับลูกจ้างทำงานบ้านที่เป็นแรงงานข้ามชาตินั้นยังต้องเผชิญกับอุปสรรคอีกมากมายไปกว่านั้น เป็นต้นว่า นายจ้างไม่อนุญาตให้มีวันหยุดตามกฎกระทรวง ยิ่งได้นอนในบ้านของนายจ้างแล้วย่อมเป็นอันถูกปลุกให้ลุกขึ้นมารับใช้ทั้งคืนโดยไม่ได้รับค่าทำงานล่วงเวลา  ซ้ำร้าย ลูกจ้างทำงานบ้านบางคนถูกนายจ้างทำร้ายร่างกายและจิตใจไปจนกระทั่งล่วงละเมิดทางเพศ ยึดหนังสือเดินทางไว้เพื่อมิให้กล้าออกไปนอกบ้านหรือกลับประเทศ  บ่อยครั้งที่เรื่องเลวร้ายเหล่านี้กว่าจะเป็นที่รับรู้โดยทั่วไปก็สายเกินแก้เสียแล้ว  ด้วยเพราะที่ทำงานของลูกจ้างประเภทนี้อยู่ในเคหสถานอันหลีกเร้นจากสายตาสาธารณชน

ในแววตาและท่าทางที่กระตือรือร้นของลูกจ้างทำงานบ้านในการประชุมทุกครั้งที่ผ่านมาเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาใบอนุญาตทำงานและวีซ่าหมดอายุ  จนกระทั่งมาถึงขั้นตอนการรวมตัวกันสร้างเครือข่ายเพื่อต่อรองสิทธิและสวัสดิการที่เป็นธรรม  แม้เหนื่อยล้าเพียงใดผมรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นว่าไม่จริงดังที่บางคนกล่าวไว้เลยว่าแรงงานข้ามชาติเป็นผู้ด้อยโอกาสที่มัวรอแต่ความช่วยเหลือ  พวกเขาเหล่านั้นต่างตั้งใจฟังผู้มาบรรยาย  กล้าถามตลอดจนแสดงความเห็นและข้อเสนออย่างออกรส  พวกเขาเหล่านี้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำหรับคนไทยคนหนึ่งอย่างผมให้รู้จักดิ้นรนขวนขวาย  เพราะพวกเขาเหล่านี้ได้พยายามอย่างเต็มที่ภายใต้ข้อจำกัด  ดังที่หลายครั้งผมจะได้ยินพวกเขาปลุกเร้ากันเองเสมอว่า เรามิได้ทำเพื่อตนเอง หากแต่เพื่อเพื่อนร่วมชาติซึ่งกำลังเข้ามาทำงานในประเทศไทยและเพื่อนแรงงานข้ามชาติจากประเทศอื่นด้วย

สองเดือนที่ผ่านมา เหนือกว่าทักษะและประสบการณ์ในการทำงาน ผมเห็นว่าทัศนคติและวิธีคิดของผมที่เปลี่ยน- แปลงไปต่างหากที่ทำให้ผมรู้สึกขอบคุณสำหรับโอกาสที่ได้รับจากโครงการสะพานเสียง 

แม้ผมจะเป็นคนที่ยอมรับและเข้าใจในความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรมอยู่แล้ว แต่จนถึงวันนี้ผมยิ่งรู้สึกรักและเห็นอกเห็นใจผู้คนจากประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นไปอีก   ผมอยากเห็นแรงงานข้ามชาติทุกคนเข้ามาทำงานในประเทศไทยในบรรยากาศที่คนไทยตระหนักขอบคุณแรงงานเหล่านั้นเสมอ  เราคงอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขมากและคงมีความสุขไม่แพ้การที่กรุงเทพฯได้กลายเป็นมหานครอันเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้นๆ ของโลก  คงดีไม่น้อยหากวันหนึ่งประเทศไทยของเราได้รับการจัดอันดับให้เป็นปลายทางแห่งความสุขที่สุดในโลกของแรงงานข้ามชาติ  ที่ซึ่งสิทธิ สวัสดิการและความเข้าใจอันดีมีอยู่อย่างเพียบพร้อมสำหรับผู้เข้ามาตามหาความฝันทุกคน

สำหรับคนทำงานแล้ว ไม่ว่าในกระเป๋าของเขาจะมีบัตรประชาชนที่ออกโดยรัฐบาลไทยหรือหนังสือเดินทางที่ออกโดยรัฐบาลใด ทุกคนต้องได้รับค่าตอบแทนที่เป็นธรรม สิทธิและสวัสดิการที่เหมาะสมตามมาตรฐานแรงงานสากล  เพราะแรงงานทุกคนต่างเป็นฟันเฟืองผลิตความสุขสู่สังคมไทยชนิดที่เราไม่อาจลบลืมคุณูปการเหล่านี้ได้เพียงเพราะเขาเป็นแรงงานข้ามชาติ  เหล่านี้เองที่เป็นข้อสรุปของบทเรียนที่ผมได้รับตลอดสองเดือนที่ผ่านมาและหวังส่งเรื่องราวเหล่านี้ไปถึงคนไทยทุกคน

Bard 003

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s

Google Translation

%d bloggers like this: