ข้ามไปยังเนื้อหา

Epi.1: ณัฏฐณิชา เหล็กกล้า (เม) กับมูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ (FAR)

May 02

เราเริ่มงานด้วยการไปลงพื้นที่เยี่ยมแรงงานข้ามชาติซึ่งได้รับเชื้อเอดส์ พี่ดลเจ้าหน้าที่มูลนิธิคุ้มครองสิทธิทางด้านเอดส์ (FAR) อธิบายให้ฟังว่า พี่กอ (นามสมมุติ) เป็นแรงงานข้ามชาติพม่าเชื้อสายไทใหญ่ที่เข้ารับการรักษาและกินยาต้านเชื้ออยู่เสมอลักษณะภายนอกจึงดูแข็งแรงเหมือนคนปกติทั่วไป วันที่เราไปเยี่ยมพี่กอ นั้น เป็นวันที่พี่กอ จัดงานทำบุญให้กับสามีซึ่งเพิ่งเสียชีวิตไป สามีของพี่กอ ก็เป็นแรงงานข้ามชาติซึ่งได้รับเชื้อเอดส์แต่โชคร้ายที่มีโรควัณโรคแทรกซ้อนด้วย ในวันที่สามีของพี่กอเสียชีวิต พี่ดลไปรับร่างของสามีพี่กอที่โรงพยาบาลนพรัตน์เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลยังมีอคติกับผู้ป่วยโรคเอดส์ โดยยังหวาดระแวงว่าร่างของผู้เสียชีวิตจะแพร่เชื้อ ซึ่งอคตินั้นเกิดจากความไม่รู้เพราะโรคเอดส์ได้สิ้นสุดไปเมื่อผู้ป่วยเสียชีวิต

เมื่อเรากับพี่ดลไปถึงห้องพักของพี่กอ เราพบเจอกับพี่กอและญาติๆรวมถึงเพื่อนๆของพี่กอประมาณ 4-5 คน…

พี่กอได้จัดเตรียมอาหารไทใหญ่ไว้ให้อาหารไทใหญ่มีส่วนคล้ายอาหารเหนือและภาษาไทใหญ่ก็คล้ายภาษาทางภาคเหนือของไทยหลายคำ เรารู้ความคล้ายคลึงของอาหารและภาษาจากพี่ดลซึ่งเป็นคนเชียงราย เพราะโดยส่วนตัวนั้นคนใต้อย่างเราคงไม่สามารถเข้าใจภาษาทางเหนือที่อยู่ในภาษาไทใหญ่ได้ ส่วนอาหารนั้นเราเคยไปจังหวัดทางเหนือคือเชียงใหม่แค่ครั้งเดียวและไปกินแมคโดโนกับสตาร์บักค่อนข้างเป็นคนที่คับแคบทางวัฒนธรรมการกิน ครั้งนี้จึงทำให้เราได้รับรู้วัฒนธรรมทางอาหารและภาษากว้างขวางยิ่งขึ้น ในฐานะนักศึกษาคณะรัฐศาสตร์จึงอดถามเรื่องความคิดทางการเมืองในประเทศพม่าไม่ได้ เพื่อนรุ่นพี่ของพี่กอกล่าวว่าเป็นไปได้ยากที่รัฐบาลทหารพม่าจะยอมให้ไทใหญ่ปกครองตัวเองเพราะในรัฐฉานของไทใหญ่เต็มไปด้วยทรัพยากรที่มีค่าซึ่งสร้างความร่ำรวยให้รัฐบาลทหาร พวกเราถึงได้จนกันอยู่อย่างนี้..เราสังเกตว่าชาวไทใหญ่พูดภาษาไทยได้ชัดทุกคน

ในช่วงบ่ายพี่ดลพาเราไปเคหะร่มเกล้าโครงการหนึ่ง เป็นที่ตั้งของ Drop-in-center…

ซึ่งเป็นห้องที่ใช้ทำกิจกรรมระหว่างมูลนิธิคุ้มครองสิทธิทางด้านเอดส์กับแรงงานข้ามชาติ ในวันนั้นเราได้รู้จักกับแม่ญา อาสาสมัครของมูลนิธิชาวกัมพูชา พี่ธูรอาสาสมัครของมูลนิธิชาวพม่า พี่แจ้งอาสาสมัครของมูลนิธิชาวไทใหญ่  ทั้ง 3 คนมีหน้าที่ให้ความรู้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์กับแรงงานข้ามชาติที่มาจากประเทศของตนเอง แม่ญาเป็นหญิงวัยกลางคนเข้ามาทำงานในประเทศไทยหลายปีแล้วและมีสามีเป็นคนไทย แม่ญาชอบสอนภาษากัมพูชาและตื่นตัวกับการรวมกลุ่มเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

พี่ธูรเป็นแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยประมาณ 11 ปี เคยทำมาเกือบทุกอย่างทั้งงานโรงงานและงานก่อสร้าง พี่ธูรได้รับอุบัติเหตุจากการทำงานจนนิ้วมือข้างซ้ายขาดไป4นิ้วพี่ธูรอยู่ในกระบวนการเรียกร้องค่าเสียหายจากทางโรงงานโดยการประสานงานของทีมสิทธิมูลนิธิคุ้มครองสิทธิทางด้านเอดส์

พี่แจ้ง เป็นชาวไทใหญ่ที่เติบโตในจังหวัดเชียงราย พูดไทยชัด และไม่ได้เข้าใจภาษาพม่าร้อยเปอร์เซนต์สังเกตได้ว่าคนพม่าเชื้อสายไทใหญ่ส่วนมากจะพูดภาษาไทยได้ต่างจากคนพม่าเชื้อสายอื่นๆ ที่อาจจะพอสื่อสารได้หรือสื่อสารไม่ได้เลย อาชีพก่อนมาเป็นอาสาสมัครของมูลนิธิพี่แจ้งทำงานขับเรือพานักท่องเที่ยวชมสามเหลี่ยมทองคำ พี่แจ้งเล่าว่าวิถีชีวิตวัยรุ่นแถบชายแดนแม่สายฝั่งพม่าสามารถรับสัญญาณโทรทัศน์จากฝั่งไทยได้ และวัยรุ่นแถบชายแดนก็อยู่กับอุตสหกรรมบันเทิงไทย ดาราไทย นักร้องไทย เมื่อมีการจ้างนักร้องหรือนักแสดงไทยไปโชว์ตัวที่ฝั่งพม่าก็จะมีผู้คนแห่มามุงดูจำนวนมากสร้างความไม่สบายใจนักให้กับทางการพม่าเพราะเป็นการชุมนุมกันหลายคนซึ่งสร้างความกังวลทางด้านความมั่นคง เนื่องจากทางการพม่ามีกฎห้ามรวมกลุ่มชุมนุม เราพบว่าการพูดคุยกับแรงงานข้ามชาติเกี่ยวกับดารานักร้องจะสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมากกว่าถามความเห็นทางด้านการเมืองภายในประเทศของเขาตามที่เราชอบ พี่แจ้งให้ความเห็นเรื่องนี้ว่าการเมืองนั้นไม่สามารถมากำหนดหรือให้ประโยชน์อะไรเขาได้เพราะสุดท้ายเขาต้องดิ้นรนเรื่องต่างๆด้วยตัวเอง

ทุกบ่ายวันอาทิตย์ที่ Drop-in-center จะมีการทำกิจกรรมระหว่างมูลนิธิคุ้มครองสิทธิ์ทางด้านเอดส์และแรงงานข้ามชาติ…

โดยเวลาประมาณบ่ายสามถึงหกโมงเย็น จะเป็นกลุ่มของแรงงานข้ามชาติชาวพม่า และเวลาประมาณหนึ่งทุ่มถึงสามทุ่ม จะเป็นกลุ่มแรงงานกัมพูชา สิ่งที่แตกต่างระหว่างแรงงานกัมพูชากับแรงงานพม่าคือแรงงานกัมพูชาจะกล้าพูดเรื่องเพศและมีการใช้ถุงยางมากกว่าส่วนแรงงานพม่าที่ยังมีความคิดเรื่องเพศแบบอนุรักษ์นิยม สิ่งที่มูลนิธิทำเช่น แนะนำมูลนิธิเป้าหมายเรื่องการป้องกันโรคจากเพศสัมพันธ์ ความช่วยเหลือต่างๆหากแรงงานข้ามชาติมีปัญหาเช่นทางด้านกฎหมาย สร้างความเชื่อใจและความคุ้นเคยผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น ในสัปดาห์แรกที่เราไปลง Drop-in-center ทำกิจกรรมในวันอาทิตย์คือการให้แรงงานเขียนถึงความปรารถนาของตัวเอง แรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่อยากมีชีวิตที่ดีขึ้นอยากกลับบ้านไปอยู่ในประเทศของตัวเองแต่งานในประเทศไม่สามารถทำให้พวกเขามีรายได้ที่เพียงพอได้ และแรงงานจำนวนหนึ่งตั้งความหวังไปที่ลูกหรือน้องที่กำลังเรียนอยู่โดยหวังว่าการทำงานของพวกเขาจะมีรายได้มากพอที่จะทำให้ลูกหรือน้องของพวกเขาได้เรียนหนังสือสูงกว่าและมีอนาคตที่ดีกว่า…

May 04

กิจกรรมนี้เป็นการทำความรู้จักตัวตนระหว่างกันทั้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิกับแรงงานข้ามชาติและแรงงานข้ามชาติด้วยกันเอง…

ในวันต่อๆมาก็มีกิจกรรมให้รวมกลุ่มช่วยกันคิดและแสดงความคิดเห็น และเล่าถึงปัญหาของแต่ละคนเช่น ปัญหาเรื่องการรวมกลุ่มของแรงงานพม่าซึ่งไม่สามารถรวมกลุ่มเพื่อเรียกร้องหรือกดดันนายจ้างในบางกรณีได้เหมือนแรงงานชาวกัมพูชาเพราะแรงงานกัมพูชามีการรวมกลุ่มที่เหนียวแน่นกว่าเมื่อมีแรงงานคนนึงโดนละเมิดสิทธิหรือไม่ได้รับค่าจ้างก็จะมีการลาออกทั้งกลุ่มซึ่งสามารถสร้างแรงกดดันให้นายจ้างได้แต่แรงงานพม่าไม่สามารถรวมกลุ่มแบบนั้นได้ มีการฉายหนังของมูลนิธิรักษ์ไทย เกี่ยวกับแรงงานพม่าที่โดนข่มขืนและไปแจ้งความที่โรงพักเพื่อจะได้ทำแท้งอย่างถูกกฎหมาย เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ให้แรงงานพม่ารวมกลุ่มกันเขียนความรู้ที่ได้จากเรื่องนี้ แรงงานพม่าได้รับทราบว่าตัวเองมีสิทธิที่จะแจ้งความหากโดนล่วงละเมิด ระหว่างการให้จับกลุ่มช่วยกันคิด แรงงานพม่าคนหนึ่งกล่าวว่าพวกเขาไม่ได้คิดหรือฟังข่าวสารอ่านหนังสือมากนักเพราะต้องใช้แรงงานหนักเมื่อมีเวลาว่างจึงอยากพักผ่อนมากกว่า เมื่อให้มีการนำเสนอสิ่งที่ได้ช่วยกันคิด การนำเสนอนั้นเต็มไปด้วยความประหม่าอย่างมากเพราะแรงงานพม่าไม่เคยชินกับการต้องพูดในที่สาธารณะทางมูลนิธิต้องการให้แรงงานข้ามชาติได้คิดได้พูดได้แสดงออกเพื่อพวกเขาจะได้บอกเลปัญหาถามคำถามและแชร์เรื่องที่ตัวเองรู้ แรงงานข้ามชาติในเคหะร่มเกล้าโครงการหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Drop-in-center เป็นแรงงานข้ามชาติที่ทำงานในโรงงาน มีนายหน้าพาแรงงานข้ามชาติเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งนายหน้าจะเป็นคนเลือกโรงงาน เลือกที่พักให้กับแรงงาน โดยหักค่าที่พัก ค่ารถเดินทางไปโรงงาน ค่าทำพาสปอร์ตจากเงินเดือนของแรงงาน นายหน้าได้เก็บเอาพาสปอร์ตเพื่อป้องกันการหลบหนีของแรงงานด้วย แรงงานบางคนรู้สึกว่าไม่ได้รับความยุติธรรมเพราะพวกเขาจ่ายค่าพาสปอร์ตไปแล้ว พาสปอร์ตก็ควรจะเป็นสิทธิของเขาที่ครอบครอง แรงงานที่พักในเคหะร่มเกล้ามีปัญหาในเรื่องที่พักไกลจากที่ทำงานมากทำให้พวกเขาต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายกับการเดินทางโดยพวกเขาไม่ได้มีสิทธิเลือกที่พักเอง และนายหน้าก็หักค่าใช้จ่ายมากมายจนค่าแรงที่ได้ไม่คุ้มค่า บางบริษัทก็ไม่ได้ให้ค่าโอทีแก่แรงงานข้ามชาติด้วย

ในส่วนของแรงงานข้ามชาติที่ทำงานก่อสร้างทางมูลนิธิคุ้มครองสิทธิทางด้านเอดส์ได้ลงพื้นที่ไปในแคมป์ก่อสร้าง สิ่งที่ปัญหาก็คือบางครั้งบริษัทที่รับเหมาก่อสร้างก็ไม่อนุญาตให้ทางมูลนิธิเข้าไปทำกิจกรรมเพราะกลัวว่าจะเป็นสายของตำรวจเนื่องจากแรงงานข้ามชาติบางส่วนไม่มีพาสปอร์ต หรือมาทำกิจกรรมที่ทำให้แรงงานข้ามชาติเรียกร้องสิทธิต่างๆมากขึ้น ในการลงพื้นที่แคมป์ก่อสร้างแรงงานข้ามชาตินั้นจะมีทั้งแรงงานข้ามชาติชาวกัมพูชา ชาวพม่า โดยในครั้งแรกเจ้าหน้าที่ของมูลนิธิจะลงพื้นที่เพื่อไปประชาสัมพันธ์มูลนิธิเป้าหมายของมูลนิธิในการป้องกันโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ แจกถุงยางอนามัยและแจกของใช้ต่างๆ ทำกิจกรรมสันธนาการต่างๆร่วมกับแรงงานข้ามชาติเพื่อสร้างความเชื่อใจ ในครั้งต่อไปจะลงพื้นที่เพื่อทำกิจกรรมอบรมกลุ่มย่อย คือเข้าไปให้ความรู้อบรมแรงงานเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นกลุ่มๆ ในการลงพื้นที่ในครั้งแรกกับครั้งที่สองแรงงานข้ามชาติบางส่วนอาจยังมีความหวาดระแวง

แต่ในการลงพื้นที่ครั้งต่อไปคือ การลงคลินิก ทางมูลนิธิจะนำพยาบาลมาตรวจรักษาโรคให้กับแรงงานข้ามชาติในแคมป์ก่อสร้าง ซึ่งในการลงคลินิกนี้แรงงานข้ามชาติได้มีความคุ้นเคยกับมูลนิธิจากการลงพื้นที่ครั้งที่ผ่านๆมาแล้ว ทำให้แรงงานข้ามชาติจำนวนมากเข้าร่วมการตรวจรักษาโรค…การทำงานร่วมกับแรงงานข้ามชาติสิ่งสำคัญคือสามารถทำให้พวกเขาเชื่อใจเจ้าหน้าจากมูลนิธิได้ ทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์จากการได้ร่วมทำงานกับมูลนิธิคุ้มครองสิทธิ์ทางด้านเอดส์

May 03

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Google Translation

%d bloggers like this: