ข้ามไปยังเนื้อหา

[Ep.2] Dhiramedhist Lueng-Ubon @HOMENET

English below

“เวลา” ทำให้เกิดความผูกพันแล้วมันจะกลายเป็นความรักได้ไหม ผมอาจไม่รู้ว่าคำตอบของคำถามนี้จะกลายเป็นทฤษฎีที่ใช้อธิบายความรักได้หรือ ไม่ สามเดือนที่ผ่านมา หากใช้เวลาดังกล่าวรอคอยรถเมล์สักคันผ่านมา มันอาจถูกเรียกว่า “นานเหลือเกิน” แต่ถ้ามันถูกใช้ไปเพื่อการสร้างตึกระฟ้า สามเดือน คงเป็นระยะเวลาที่แสนสั้น ทว่าสำหรับผมแล้ว ผมตั้งใจให้มันเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ แต่ผลลัพธ์มันกลับกลายเป็นโมงยามแห่งความรักเมื่อใช้เวลาสามเดือนไปเพื่อการ ดังกล่าวแล้ว ผมจึงไม่แน่ใจว่ามันยาวนานเกินรอหรือสั้นเกินไป

             หากใครได้ติดตามอ่านบล็อกที่แล้วคงสัมผัสได้ถึงความรู้สึกดีๆ ของผมที่มีต่อแรงงานข้ามชาติแทรกกลางระหว่างบรรทัดโดยตลอด ด้วยความพยามจาระไนไขข้อสงสัยเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติที่เป็นมายาคติบิด เบือนและถ่ายทอดบทเรียนที่ได้รับจากการทำงานของผม หนึ่งเดือนผ่านไปนับจากวันที่เขียนบล็อกนั้นจนถึงวันนี้ หากให้ประเมินตัวเองแล้วผมเรียกความเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับผมว่า “พัฒนาการ” ไม่ว่าเรื่องราวที่เกิดกับผมในช่วงเวลาเหล่านั้นจะมีรสชาติฝาดเฝื่อน จืดชืดหรือหวานฉ่ำก็ตาม ผมได้ข้ามผ่านทุกสิ่งมาได้โดยไม่ลืมที่จะหยิบฉวยบทเรียนเพื่อเก็บไว้ใช้กับการทำงานในอนาคตด้วย

               และในโอกาสนี้ผมขอสารภาพว่าประเด็นแรงงานเป็นประเด็นที่ผมสนใจน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับประเด็นปัญหาอื่นเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน แต่ทว่ากลับกลายเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมดิ้นรนนำเสนอประสบการณ์และคุณสมบัติ ทุกอย่างต่อกรรมการคัดเลือกเพื่อให้เห็นว่าผมเหมาะที่จะได้รับโอกาสเข้ามาทำ ความรู้จักกับประเด็นนี้ ช่างโชคดีเหลือเกินที่ผมได้รับโอกาสนั้นแล้วมันก็เปลี่ยนชีวิตของผมไป นับมาจนถึงวันนี้ผมกล้าพูดได้อยากเต็มปากเต็มคำว่า ผมพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกภาคส่วนในอนาคตเพื่อช่วยปกป้องและคุ้มครองสิทธิ แรงงานโดยไม่เลือกเว้นหรือเน้นเฉพาะแรงงานข้ามชาติ ลูกจ้างทำงานบ้าน หากแต่เป็นแรงงานทุกคน ทุกสัญชาติและทุกประเภทเท่าที่ศักยภาพของคนตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะพึงสามารถอาจหาญ

           หากนิยามว่าความรักคือความมุ่งดีมุ่งเจริญต่อกันหรือเมตตาปรารถนาให้ผู้อื่น มีความสุขตามครรลองของพุทธธรรมนั้น หนึ่งเดือนที่ผ่านมาผมได้ถูกอานุภาพแห่งความรักเช่นว่านั้นครอบงำเข้าแล้วอย่างสิ้นสงสัย จากความห่างเหิน มาวันนี้หัวใจของผมกับชีวิตความเป็นอยู่ของแรงงานก็ได้เข้ามาอยู่ใกล้ชิดกัน มากกว่าที่เคย โดยเฉพาะลูกจ้างทำงานบ้านและเป็นพิเศษสำหรับลูกจ้างทำงานบ้านที่เป็นแรงงานข้ามชาติ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นทุกความเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาทักทายพวกเขาล้วนปลุกผมให้ตื่นตัวติดตามมาโดย ตลอดแม้ในอนาคตข้างหน้าก็ตาม

              ในช่วงเดือนที่ผ่านมานี้ ผมอาจมองไม่เห็นชัดเจนนักว่าภาระงานได้รับมอบหมายมีความยากที่เพิ่มขึ้น เสมือนบทเรียนที่ปรับตามเวลาที่ผ่านไปหรือไม่ แต่ที่ชัดยิ่งกว่าชัดเหนือสิ่งอื่นใดคือผมได้ “ใส่ใจ” ลงไปในทุกงานที่ทำ แม้มันเป็นงานเล็กน้อยหรืองานเดิมๆ ที่เคยทำมาแล้วก็ตาม โดยรู้สึกได้จากมวลรวมของความสุขที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลาทำงานเหล่านั้น ขณะที่ค่าเฉลี่ยของความเหนื่อยล้าไม่แปรผันตามเวลาทำงานที่ผ่านไปอีกเลย ผมยังคงช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ในมูลนิธิอย่างที่เคยทำมา เช่น การเข้าร่วมประชุมกับลูกจ้างทำงานบ้านที่เป็นแรงงานข้ามชาติเพื่อส่งเสริม การรวมกลุ่มกันและให้แนวทางการปฏิบัติตัวเมื่อใบอนุญาตทำงานหรือวีซ่าหมด อายุซึ่งเป็นวาระเร่งด่วนในปัจจุบัน การพบปะนายจ้างของลูกจ้างทำงานบ้านเพื่อพิจารณาความร่วมมือในอนาคตกับเครือ ข่ายลูกจ้างทำงานบ้านฯ ในการประชุมเหล่านี้ผมมีหน้าที่บันทึกและสรุปการประชุมเช่นเคย อย่างเดียวกับงานเขียนคอลัมน์ในจดหมายข่าว “เสียงลูกจ้างทำงานบ้าน” เป็นฉบับที่สองของปี ทว่าได้มีส่วนร่วมมากขึ้นทั้งการออกแบบศิลป์ กำหนดเนื้อหาในฉบับและเขียนคอลัมน์จำนวนเพิ่มเติมจากเดิม แต่ที่จะพลาดกล่าวถึงเสียมิได้เลยคือวันลูกจ้างทำงานบ้านสากลในวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 15 ด้วยเพราะตรงกับวันอาทิตย์ที่ลูกจ้างทำงานบ้านส่วนใหญ่ตกลงกับนายจ้างให้ เป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ตามกฎกระทรวงฯ

Dhiramedhist 05 copy

                น่าเสียดายที่ในช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองนั้นผมมีภาระงานอื่นที่ต้องรับผิดชอบ ทำให้ผมไม่ทันได้อยู่รอสัมผัสบรรยากาศแห่งความขมอมหวานในงานสัมมนาที่จัด ขึ้นก็ด้วยเพราะเป็นการเฉลิมฉลองให้กับอนุสัญญาคุ้มครองลูกจ้างทำงานบ้านที่ประเทศไทยยังไม่ได้ให้สัตยาบันและกฎกระทรวงเพื่อการคุ้มครองสิทธิคนทำงานบ้านที่ยังไม่บังคับใช้อย่างจริงจัง แต่ในวันก่อนนั้นผมได้เข้าไปที่มูลนิธิเพื่อจัดเตรียมวิดีโอที่ตัดต่อเพื่อ ฉายในงาน สไลด์ภาพกิจกรรมเครือข่ายลูกจ้างทำงานบ้านที่ผ่านมาเพื่อเป็นแบ็คดรอปสำหรับ การแสดงร้องเพลงของลูกจ้างทำงานบ้านและเขียนป้ายผ้าเพื่อรณรงค์และเป็นที่ประทับรอยพิมพ์มือของผู้ร่วมงานในวันดังกล่าวนี้เองที่ผมได้ฟังพี่ป้าน้าอาที่เป็นลูกจ้างทำงานบ้านซึ่งคุณ เอลซ่าจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เรียกอย่างอบอุ่นว่า Sisters กำลังซ้อมร้องเพลงกันอยู่ บรรดาความคิดทั้งหลายซึ่งเกิดขึ้นในชั่วขณะนั้นเองที่กลายเป็นบทเรียนอันมี ความหมายสูงสุดสำหรับหนึ่งเดือนที่ผ่านมาของผม

               ผมได้เห็นว่าในการทำงานเพื่อสิทธิแรงงานหรือสิทธิมนุษยชนนั้น คงไม่มีน้ำทิพย์ใดจะหยาดรินลงหัวใจคนทำงานแล้วรู้สึกฉ่ำชื้นไปกว่าการได้ เห็นว่าผู้เป็นเจ้าของสิทธิ (right holder) มีความพยายามเข้ามาต่อสู้เรียกร้องสิทธิของตนมากกว่าการยอมทนให้กับการละเมิดสิทธิหรือเพิกเฉยไม่ให้ความร่วมมือ เช่นเดียวกับการเข้ามาซ้อมร้องเพลงในวันนั้นที่มันทำให้ผมเห็นอีกมุมหนึ่ง ว่า ลูกจ้างทำงานบ้านเหล่านั้นได้พยายามอย่างมากที่จะขออนุญาตเจ้านายออกจากบ้าน ซึ่งถือเป็นงานยากอย่างมาก มาซ้อมร้องเพลงซึ่งเชื่อว่าไม่ใช่งานถนัดสำหรับทุกคน ภาพนั้นชวนให้ผมนึกไปถึงการประชุมกับลูกจ้างทำงานบ้านที่ผ่านมาในแต่ละครั้ง ทั้งที่เป็นคนไทยและแรงงานข้ามชาติ ผู้เข้าประชุมต่างพยายามซักถามและแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ อย่างกระตือรือร้นตลอดการประชุมภายใต้ข้อจำกัดที่ท้าทายนับแต่ขออนุญาตเจ้า นายออกจากบ้านดังได้กล่าวไปแล้ว แห่งการต่อสู้ดิ้นรนของพวกเขามิได้ปรากฏเฉพาะตอนหันหลังให้กับมาตุภูมิมาทำ งานรับใช้ในบ้านซึ่งเป็นสารพัดงานที่ต้องใช้แรงอย่างเหน็ดเหนื่อยและมิได้ พักผ่อนหย่อนหยุดอย่างที่ควรจะเป็น แต่ในเวลาที่องค์กรต่างๆ เข้ามาร่วมกันพูดคุยถึงแนวทางการแก้ปัญหาอื่นๆ ให้กับลูกจ้างทำงานบ้าน พวกเขาผู้แบกรับปัญหาเหล่านั้นก็แสดงความพร้อมเปล่งเป็นประกายในสายตาว่า ต่างมุ่งมั่นที่จะแบ่งปันภาระในการแก้ปัญหาด้วยตนเองอย่างไม่ย่อท้อและรอคอย ให้ผู้อื่นยื่นมือมาจัดการ

            เมื่อผมได้ให้โอกาสตัวเองด้วยการสมัครเข้ามาเป็นยุวทูตสะพานเสียงและได้รับ โอกาสจากโครงการให้ทำงานมากว่าสามเดือน ผมจึงอยากจะชี้ถึงโอกาสให้กับเยาวชนที่ได้อ่านบล็อกนี้ด้วยการชวนมาทบทวนตน เองอีกครั้งว่ามีโอกาสใดบ้างที่เราได้ปล่อยผ่านไม่สมัครรับการคัดเลือกเข้า ร่วมโครงการ อาจด้วยเพราะประเมินศักยภาพของตนเองต่ำไป ขาดความกล้าหรือเห็นว่าประเด็นนั้นไกลจากความสนใจที่มีอยู่เดิม แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดนับแต่นี้ไปผมอยากแนะนำให้ทุกคนสมัครเข้าร่วม กิจกรรมทางสังคมอย่างหลากหลาย ซึ่งในท้ายสุดอาจเป็นอย่างผมที่สนใจเฝ้าติดตามประเด็นแรงงานโดยเฉพาะอาชีพ ที่เรียกด้วยศัพท์บัญญัติไม่คุ้นหูว่า “ลูกจ้างทำงานบ้าน” ที่นับแต่นี้ต่อไปเมื่อหน้า ผมจะพยายามเข้าร่วมฟังการเสวนาวิชาการในประเด็นแรงงานให้มากและหลากหลายที่ สุดเพื่อเพิ่มความรู้ความเข้าใจและยืนยันว่าเป็นอีกหนึ่งเสียงของคนไทยที่ สนับสนุนให้ลูกจ้างทำงานบ้านและแรงงานทุกคนได้รับสิทธิตลอดจนสวัสดิการอย่าง ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน ทั้งพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อการนั้นอย่างเต็มกำลัง และเพราะผมอยากชวนคนไทยให้โอกาสตัวเองอีกครั้งที่จะเปิดใจมองแรงงานข้ามชาติ และลูกจ้างทำงานบ้านในมุมมองใหม่ที่เป็นด้านแห่งความเป็นจริงมากกว่าอคติ ผมจึงตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องราวที่เป็นชะตากรรมของลูกจ้างทำงานบ้านและแรง งานข้ามชาติเผยแพร่สู่สาธารณะให้มากที่สุดและประณีตที่สุดไม่ว่าจะด้วยวิธี การหรือรูปแบบหนึ่งใด โปรดติดตามและเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ

Dhiramedhist 02

XxxxxxxxxX

 

Can ‘time’ lead to attachment which then lead to love? I can’t be certain if such can be considered a theory which explains the vocabulary of love? In the course of three months and a half, if I were to wait for a public bus to come by, it would be irrefutably painstaking, but if the same amount of time could be used to construct a sky-high building, then I suppose it could be worthwhile. Yet, I decided to use such time–and by allowing it to let me learn – the same amount of time spent has turned into something I perceived to be love. To this point, I’m not sure whether it was too long or too short.

If you have followed my previous blogs, between the lines you may discern my attitudinal change towards migrant workers. If I were to attempt to elucidate my previous doubts about the myths surrounding migrant workers—with all the lessons learned between the previous blog and now – I would call such time “development.” Development in the sense that I have encountered the bitter-sweetness, banality and all that one could encounter in a typical office environment. Yet, seizing all these–the opportunities before me–has allowed me to learn and learn to cherish the now and to store some for the future.

An irony that needs to be shared–hence I take this space and time to confess. . . So here’s the story:

Migration work was a miniscule area of interest in the human rights domain. Precisely this was why I faced such a need to embellish my application just to make it outstanding enough that I would be selected as a Youth Ambassador. Luckily enough, I allowed myself to seize the opportunity. And the opportunity seized me. Today, I can embrace it with arms wide open: I am, without any reservation and discrimination, ready to cooperate with all sectors in the future in the hope to help prevent and protect all these workers’ rights. And I mean all the workers – not only migrant workers and domestic workers – of all races to the best of my ability.

Now if love is defined by the virtue of Buddhist theology, which is geared toward benevolent desire and compassion and happiness of fellow-human beings, perhaps, what I have experienced in the past months can also be explained. Once distant and irrelevant, the gap between where I am and the livelihood of migrant workers and domestic workers has been narrowed. Everything that has happened and every change that has greeted me at my door has made me aware and become closer to them.

Dhiramedhist 01

I’m not sure whether the tasks I have been assigned in the past several months have leveled up in the scale of difficulty and challenge. What I know for certain is that I have become more and more “attentive” to accomplishing each of them. Perhaps, this is evident in the level of joy I have for the work I do. I still attend conferences on (migrant) domestic workers regularly. These conferences are usually held with the goal of building capacity and empowering both local and migrant domestic workers. We provide counsel on various issues, including visa issues or work and other legal documentation. I am also involved in writing articles for the Foundation’s newsletters (“Voices of Domestic Workers” in English). Recently, I also had the opportunity to be involved in the design and content of the newsletters.

In a number of these conferences, I’m usually tasked to record and write briefings of the meetings. Worth mentioning here is a recent conference held in celebration of the International Domestic Workers Day (16 June). Unfortunately, due to a prior engagement, I missed the chance to witness this special day – the day when all of us celebrate the Convention on Domestic Workers. This convention, also known as the ILO Convention 189 (or ‘C189’ for short), entered into force in the previous year. Although Thailand has yet to ratify the convention, I hope that this important legal document, together with the Thai Ministerial Regulation, will offer better protection for all workers. Prior to this event, I was at the foundation to prepare some video footage to be screened on the day. Slides of photos and canvases for handprints were prepared. I also saw domestic workers rehearsing their songs. Elsa Ramos-Carbone, from ILO Decent Work Team for East and South-East Asia and the Pacific, was also there. She called these domestic workers “sisters” and instructed them with care. This was one of the days that gave me a sense of purpose and happiness.

Dhiramedhist 03

Being part of human rights work, I realize that there is no better feeling than seeing the right-holders themselves choose and, in so doing, try their best to fight for their rights as opposed to being submitted to violation and injustice. This was seen through the eyes of these domestic workers who fight for their time so that they are able to sing together and have their voice heard. Singing – perhaps as with their act of fighting – I believe requires bravery. The very same effort was also felt in every one of the conference I attended; against all odds, these Thai and migrant domestic workers were never hesitant to ask questions and express their humble opinions on matters that were brought to the table. I believe the struggle started from the moment they left their homes, or homeland for migrant domestic workers. Their fight continues as they work with organizations that support them. Yet their fight is never compromised nor has it subsided.

With all the opportunities I have been given since the day I decided to apply to the programme, I would like to urge every youth reading this blog to ask yourself this:

“Have there been any opportunities that were handed to you that you chose to reject?”

If the answer is ‘No’ then I must say many congrants! But if it is ‘Yes’ (whether that was because you underestimated yourself, because you think you don’t have enough confidence, or because you think the issue is far-fetched), no matter the reason, I would like to urge you to be more open to yourself and allow yourself to be involved in the unfamiliar. You never know! You may find yourself preoccupied with the issue that is handed in front of you, as much as I’ve been very involved with domestic work. “Domestic workers” has become a new lexicon in my life. From now, I will try to attend as many workshops and be as much involved as possible so that I can learn and understand the issue more, and hopefully contribute more. Further, I can say without hesitation now that I’m one of the many voices out there who is ready to support domestic workers in every way I can. I’m willing to work towards improving access to social support and equality for them.

So on that note, if there was any takeaway message, it would be this: I would like to challenge you to look at domestic workers and migrant workers from an objective lens, for who they are–rather than through the lens of social constructs and prejudice.

One of the things I’m determined to achieve now is to tell (true) stories about domestic workers and migrant workers as widely as possible and to the best of my knowledge and ability. Please support me in this journey and please stay tuned for more to come!

🙂

Dhiramedhist 06

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Google Translation

%d bloggers like this: