[Ep. 2] Pinsuda Suwanno @TACDB


“What can I do for them?”

The question that recurred.

If you still remember, in his previous blog, Nattawuth told a story of Shaneh. He was able to survie from being trafficked in a fishing vessel because he was aware of his situation and knew how to handle it well.

Being a Saphan Siang Youth Ambassadors, I have learned so much about migrant worker issues.  Stories I’ve heard and situations I’ve witnessed have made me realise the importance of self-relience. This is especially true for many migrant workers who can be vulnerable to abuse and exploitation. Because of this, having the right knowledge and awreness will make them immune to these problems.

Pinsuda _3

I’m fortunate enough to be able to give my service to the less fortunate through this programme. I feel even more privileged to be taking on the role of a teacher, the role that allows me to help some of migrant students to be informed of what could be their unfair reality.

The idea of incorporating useful information and tips into existing teaching materials has excited me…What once was a thought – now a reality!

I started the process by cosnsulting my host organisation. When the idea was approved, I knew that help was needed. I contacted Manao, a friend from high school, with whom I once shared a dream of writing a book. Soon after Manao replied and told me she was interested! I was really happy, and it didn’t end there. She brought with her Nai, Taew, Hawa and Base – all are her friends from her university – on board!

I’m thankful to have them join this project and see them secrifice their time and energy in creating this book. Some helped me with drawings, some helped rearrange and make the book and stories in it more interesting (I can only wish I was good at this!). We also made sure we include some humours in the book. The book has two parts: one consists of a glossary of useful Thai vocabulary and expressions and another presents a series of short stories and articles – much of the latter was adapted from ILO wide materials. We also included useful contacts numbers of various agencies at the very end.Pinsuda.

We spent roughly one month – when Dear Burma school was on a school break – in putting everything together. When this was completed, however, I started to doubt whether my students would like what we did. Once classes resumed, I can tell that the majority of our students took great interest in this ”invention.” Some immeditely cracked up coming across the humours we added. A student told me the drawing is amazing.

What I’m most proud of is probablly that fact that this tool give practical benefits to these students. They are able to study Thai language while learning about important messages we have provided. We are truly satisfied with the students’ reaction. I must say – this makes me feel really good!

The new classes started in July. I recently invited Hui, a friend from the same faculty at my university, to join the volunteer work with me (Hui had also helped me with the book). Hui is currently studying Burmese language, so she very much enjoys this new experience. Staff at TACDB were also happy to have her around.

Having been a Saphan Siang Youth Ambassador until this point, I feel more and more connected with the word ‘Saphan Siang’ (bridge of voices)…

Saphan Siang in the sense that I have become a story-teller and a person who encourages others to give and share. Like other Youth Ambassadors who are involved in other volunteer placements, I believe their actions all  aim to give and connect in some ways with a larger group of people. I can’t help but thank  Sapan Siang campaign for allowing me to meet different kinds of people who also learn to care to connect.

Pinsuda _4

A week later, TACBD organised a workshop with an aim to educate about labor rights. The workshop addressed issues such as social securiy, compensation, health, among other things. This encounter has made me realise that there are still so many other migrant workers who are not aware of these things. Unfortunately, most would only be concerned about how to enter the country and work legally. Awareness of their labour rights, for example, can really help prevent themselves from being abused and exploited by unscrupulous employers. Sadly, many out there are still unaware of their basic  rights.

One of the things that is worrying is that many migrant workers do not have social seciruty; some with but prove futile when they do not know how to utilise it or face communication barriers.

I feel that there are still so much that need to be done. Many migrant workers still have no access to information and are unable to protect themselves. It’s worth noting that many are not interested in attaining the information if they are not in a desperate situation. Because of this, I think greater efforts must be made in addressing the gap. Making the right-holders aware of their rights first can prevent a host of other problems from happening.



เราได้อ่านจากบล็อคที่แล้วของซัน เรื่องพี่ชานเอ้ พี่ชาวพม่าที่มีประสบการณ์เป็นแรงงานในเรือ และสามารถหลุดออกจากวังวนอันเลวร้ายได้เพราะความรู้ที่มีอยู่และวินัยในตนเอง แล้วยิ่งตอกย้ำว่าการได้รับการศึกษามันสำคัญมากจริงๆ


จาการที่ได้ปฏิบัติงานเป็นอาสาสมัคร ได้รับรู้เกี่ยวกับเรื่องแรงงานข้ามชาติในมุมต่างๆมากขึ้น มีหลายคดีและกรณีที่เราได้รับรู้และมันทำให้เราคิดเห็นว่าการช่วยเหลือตัวเองได้ด้วยตนเองนั่นเป็นอันดับแรกและดีที่สุด และเราก็อยากให้เขาได้มีความรู้ที่จะเอาไปช่วยเหลือตนเองยามที่ประสบกับปัญหาได้


การเป็นอาสาสมัครซึ่งเราคิดว่าโชคดีแล้วที่ได้ช่วยเหลือคนอื่นบ้าง แต่การเป็นอาสาสมัครที่ต้องทำหน้าที่ให้ความรู้ ยิ่งทำให้เราต้องตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เราคิดว่าจะใช้โอกาสนี้ช่วยเหลือเขาอย่างสุดความสามารถ เราคิดว่าจะทำอะไรเพื่อเขาได้บ้าง และจากความคิดที่ว่าอยากจะทำหนังสือเรียนที่สอดแทรกความรู้เรื่องที่มีประโยชน์ต่อแรงงานลงไปด้วย เราก็ได้ลงมือทำไปแล้วจริงๆ

จากที่ปรึกษากับพี่ที่มูลนิธิจนสรุปว่าเราจะทำมันขึ้นมา ในตอนนั้นเรารู้แน่ๆว่าไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องหาคนช่วย เราตัดสินใจโทรไปหามะนาวเพื่อนสมัยมัธยมที่เคยคิดที่จะทำหนังสือเองด้วยกัน นาวตอบตกลงกับเราทันทีและเราก็ดีใจมากที่มะนาวชวน นาย, แต้ว, ฮวา, เบส เพื่อนจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒที่เรียนคณะเดียวกันกับมะนาวมาร่วมทำด้วย

งานนี้ไม่มีค่าตอบแทนแต่ก็ต้องขอบคุณที่พวกเขามาช่วยด้วยใจ เราตกลงว่าจะให้พวกเขาช่วยวาดภาพประกอบในเล่ม จัดรูปแบบหนังสือให้ดูน่าอ่าน (เราไม่มีฝีมือด้านนี้เลย) และสอดแทรกมุขตลกลงไปในเล่มบ้างเพื่อไม่ให้ดูน่าเบื่อนักในหนังสือที่ทำจะแบ่งเป็นสองพาร์ท พาร์ทคำศัพท์ภาษาไทยพื้นฐานทั่วไป กับบทอ่านที่เราได้นำข้อมูลที่ได้จากหลายที่ โดยเฉพาะหนังสือคู่มือจาก ILO มาปรับภาษาให้อ่านง่ายขึ้น รวมถึงมีข้อมูลพื้นฐาน ที่อยู่ เบอร์ติดต่อขององค์กรและมูลนิธิต่างๆที่ทำงานด้านนี้แทรกในเล่มไว้ให้ด้ว

เราทำหนังสือเล่มนี้กันจริงๆประมาณ1เดือนในช่วงที่โรงเรียนเดียร์เบอม่าปิดการเรียนการสอน มันเสร็จล่าช้าไปหนึ่งอาทิตย์แต่ก็ยังทันกับการสอน ตอนแรกรู้สึกลุ้นว่ามันจะได้ผลไหม แรงงานที่มาเรียนเขาจะชอบที่เราทำมาหรือเปล่า แต่จากที่ได้สังเกตว่าหลายคนเปิดดูมันจนจบเล่ม หลายคนขำมุขตลกที่เราใส่ลงไป มีคนเอ่ยชมรูปวาดที่อยู่ในนั้น และที่สำคัญคือ มันสามารถนำมาใช้เรียนได้ดีกว่าจริงๆ และสามารถได้เรียนทั้งภาษาและรู้เรื่องที่มีประโยชน์ต่อตนเองไปด้วย เราจึงพอใจมาก ยอมรับว่ารู้สึกดีจริงๆ

เราเปิดเรียนอีกครั้งเมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เราได้ชวนฮุย เพื่อนที่เรียนคณะเดียวกันมาเป็นอาสาในมูลนิธิด้วย (ฮุยได้ช่วยทำหนังสือเล่มใหม่เช่นกัน) ฮุยสนใจเรียนพม่าอยู่แล้ว และการได้ทำงานเป็นคนสอนภาษาก็เป็นประสบการณ์ใหม่ พี่ๆที่มูลนิธิยินดีมากที่มีคนมาช่วยกันอย่างนี้Pinsuda _01

ารทำงานนี้ทำให้เราเราเริ่มรู้สึกถึงคำว่า ‘สะพานเสียง’ ที่เราเหมือนทำหน้าที่เป็นผู้เล่า ผู้เผยแพร่ ผู้ชักชวนให้หลายคนหันมาสนใจหรือลงมือทำได้ การที่จากหนึ่งเสียงของเราส่งต่อไปให้คนอื่นให้ได้มาร่วมกันทำ ให้มาสนใจ แบบที่พี่ออยโพสบอกแล้วพี่พีก็เข้ามาช่วย แบบที่พี่ๆที่ตั้งโครงการนี้ขึ้นมา หรืออย่างที่องค์กรอื่นๆกำลังทำอยู่ผ่านกิจกรรมต่างๆ ต่อกันไปเรื่อยๆแบบนี้ มันทำให้เราเข้าใจความหมายของคำว่า สะพานเสียง และต้องขอบคุณสะพานเสียงมากๆที่ทำให้เรามีโอกาสเจอเพื่อนใหม่ที่ดีและมีฝีมือแบบนี

และเมื่อ1อาทิตย์ ที่ผ่านมาที่มูลนิธิได้มีการจัดอบรมเรื่องสิทธิแรงงาน เช่น การประกันสังคม กองทุนค่าชดเชย สุขภาพ อุบัติเหตุ และกฎหมายอื่นๆ เรารู้จากงานนี้ว่ายังมีอีกหลายคนมากที่ยังไม่มีความเข้าใจเรื่องเหล่านี้เลย ส่วนใหญ่จะแค่รู้ว่าการเข้ามาทำงานที่ถูกกฎหมายจะต้องทำอย่างไรบ้างเท่านั้น แรงงานหลายคนได้แชร์ประสบการณ์ของตนเองบ้าง ของเพื่อนตนเองบ้าง เรื่องความรู้ความเข้าใจในสิทธิต่างๆยังมีปัญหามากจริงๆและมีหลายกรณีที่แรงงานโดนเอาเปรียบแต่ก็กลัวและยอมได้ถูกเอาเปรียบอย่างนั้น ส่วนหนึ่งเพราะความไม่รู้และกลัว

เรื่องที่เป็นปัญหาอีกเรื่องนั่นก็คือ การประกันสังคม บัตรประกันสุขภาพ มีหลายคนที่ไม่มีบัตรประกันสังคม หลายคนที่มีแต่ใช้ไม่เป็น ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง หรือมีที่จะใช้แต่ดันมีปัญหาไม่เข้าใจกันกับเจ้าหน้าที่ ทำให้เสียโอกาสอย่างมาก รู้สึกว่าเรื่องต่างๆเหล่านี้ยังไปสู่เหล่าแรงงานไม่ทั่วถึงและยังไม่มีการเผยแพร่และให้ความเข้าใจที่มากพอ รวมถึงจากตัวของแรงงานด้วยที่ยังมีที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้กันเท่าไหร่เพราะว่าอาจยังไม่เกิดกับตัวเอง ถ้าจะมีการปรับในเรื่องนี้ ให้แรงงานได้รู้เรื่องของตนเองให้มากขึ้นก็น่าจะดี การทำพวกเขาสามารถช่วยและรักษาสิทธิของตนเองไว้ได้ก่อนนั้นน่านะทำให้เรื่องต่างๆอีกมากมายแก้ไขได้ดีและมีปัญหาลดน้อยลง

Pinsuda _5

1 reply »


Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Google Translation

%d bloggers like this: