Skip to content

[Ep.2] Vorarampar Sriparnant @HRDF Chiang Mai

Read in English below

Episode 1

สวัสดีอีกครั้งนะค่ะ ก่อนอื่นต้องขอบอกเลยว่าบล็อกในครั้งนี้นั้นมีความแปลกและแตกต่างจากครั้งที่แล้วมาก เพราะหลังจากที่ไอซ์หยุดการสอนไปช่วงหนึ่งเนื่องจากตอนนั้นมีสอบมิดเทอม และพอกลับเข้ามาสอนที่ศูนย์อีกครั้งไอซ์ก็ได้ย้ายให้มาสอนภาษาอังกฤษค่ะ จากความเดิมในตอนที่แล้วคือไอซ์ได้สอนภาษาไทยให้กับแรงงานข้ามชาติในช่วงอายุประมาณ 15-25 แต่สำหรับการสอนภาษาอังกฤษ ไอซ์ต้องไปสอนเด็กๆค่ะ งานยากครั้งใหม่เริ่มมาแล้ว! แต่ยังไงก็จะพยายามสอนให้เต็มที่ๆสุดค่

วันแรกสำหรับการสอนภาษาอังกฤษนั้น เป็นการเริ่มสอนแบบง่ายๆก่อนเพราะต้องการดูพื้นฐานภาษาอังกฤษก่อนว่าแต่ละคนเป็นยังไง และจากพื้นฐานของเด็กแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกันและสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆได้ประมาณ 2 กลุ่มคือกลุ่มเด็กๆที่อายุประมาณ 9-12 และกลุ่ม 15-18 ไอซ์จึงไปปรึกษากับพี่ที่ศูนย์ ว่าในคลาสนี้ไอซ์ขอแบ่งออกเป็น 2กุล่ม เพื่อให้นักเรียนที่โตๆไม่เบื่อกับการเรียน และเด็กเล็กๆจะได้ไม่งงด้วย การสอนในวันแรกก็จะสอนในเรื่องง่ายๆสบายๆและทำความคุ้นเคยกับเด็กให้มากที่สุด เพื่อที่เด็กๆจะได้ไม่อายเวลาถามคำถามหรือเวลาต้องการมีส่วนร่วมในห้องเรียน

วันที่สองในการสอนภาษาอังกฤษ วันนี้เริ่มแบ่งกลุ่มในการสอน แต่การสอนวันนี้ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างราบรื่นและง่ายตามอย่างที่คิดไว้ เนื่องจากการแบ่งกลุ่มในการสอนนั้นนักเรียนนั้นเด็กๆก็ยังนั่งอยู่ในห้องเดียวกัน พอไอซ์สอนเด็กเล็กเสร็จจะและให้งานทำ เด็กๆก็จะคอยมานั่งดูเวลาไอซ์สอนเด็กโต ทำให้เด็กไม่มีสมาธิในการเรียนด้วย และจากการที่เด็กๆเริ่มคุ้นเคยกับไอซ์ด้วยเลยทำให้กล้าพูดและกล้าถามมากขึ้น ในเรื่องของการบ้านที่ไอซ์ได้สั่งให้เด็กๆไปทำมา ก็ทำให้ไอว์พบกับปัญหาว่าไม่ค่อยมีนักเรียนทำการบ้านมากัน ทำให้ไอซ์คิดว่าสำหรับเด็กๆในวัยนี้แล้วเราต้องสร้างเสริมแรงจูงใจในการทำการบ้าน โดยแรงจูงใจในการทำของไอซ์ก็คือ “ขนม”

วันต่อๆมาสำหรับการสอนของไอซ์นั้น เด็กในกลุ่มโตๆก็เริ่มไม่ค่อยมาเรียนกันบ้างเนื่องจากติดงานและกิจกรรมต่างๆ ทำให้เหลือเด็กเล็กๆ และจากปัญหาที่ไอซ์เคยเจอคือเรื่องการทำการบ้านนั้น ก็มีเด็กๆทำการบ้านมามากขึ้น และตั้งใจเรียนกันมากขึ้น แต่ในบางครั้งเด็กๆก็มีเล่นบ้างคุยบ้างไม่ตั้งใจเรียนบ้างตามช่วงอายุของเด็ก แต่ในบางครั้งก็ต้องมีการห้ามปรามกันบ้างแต่ส่วนมากก็จะพูดด้วยเหตุผลว่าที่ไม่อยากให้ทำแบบนี้เพราะอะไร ให้ตั้งใจเรียนเพราะอะไร เพราะคิดว่าเด็กในช่วงอายุนี้ก็จะต้องเริ่มใช้เหตุผลในการสั่งสอนมากกว่าการให้บทลงโทษเวลาทำผิด

ในการสอนของไอซ์ส่วนมากจะสอนให้เด็กๆออกเสียงภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง และพยายามให้เขารู้คำศัพท์ให้เยอะๆ เพราะว่าเป็นสิ่งจำเป็นเมื่อเวลาอ่านประโยค แต่งประโยคหรือการใช้ในการสื่อสารเช่นกัน

สำหรับปัญหาหลักๆในการสอนภาษาอังกฤษคือเด็กบางคนยังไม่สามารถจำตัวอักษรภาษาอังกฤษได้ โดยน้องๆสามารถท่อง A-Z ได้ แต่พอให้เขียน บางตัวกลับจำไม่ได้ ไอซ์เลยมีการสอบให้เด็กเขียน A-Z ด้วย และในปํญหาอีกอย่างคือเวลาไอซ์สอน เด็กบางคนไม่จดที่สอน แต่ก็พูดตามท่องตามเวลาเรียน และพอไอซ์มาถามตอนหลังก็กลับตอบคำถามไม่ได้ ทำให้ไอซ์ต้องแก้ปัญหาโดยการเข้าไปนั่งพูดคุยกับเด็กคนนั้นที่ไม่ได้จดและพยายามใช้เหตุผล ทำให้ครั้งต่อมาน้องก็จดมากขึ้น ตอบคำถามในห้องเรียนและมีส่วนร่วมในการเรียนมากขึ้น

สำหรับการสอนโดยรวมนั้นก็ถือว่าเป็นงานที่สนุกและเหนื่อยอีกเช่นกัน เพราะการสอนเด็กๆนั้นกว่าที่เราจะทำให้เขาฟังเราได้ก็ยากอยู่และการที่จะทำให้เขาเข้าใจและจำบทเรียนก็ยาก นักเรียนก็มีพูดกับไอซ์ด้วยเช่นกันว่าพูดไม่ได้ทำไม่ได้ท่องไม่ได้ คำพูดของนักเรียนที่บอกว่าทำไม่ได้มันเหมือนกับบททดสอบกับเราอีกอย่างหนึ่งว่าเราจะสามารถสอนให้เขารู้เรื่องและเข้าใจภาษาอังกฤษได้มากกว่าเดิมไหม ซึ่งในช่วงหลังๆนี้ก็ได้เห็นพัฒนาการของเด็กๆที่มีมากขึ้น มันทำให้เราหายเหนื่อยได้เลยทีเดียว

 10408651_1381988448792247_9043775589513666146_n


Episode 1

Hello again. First of all, I’d like to say that this blog is very different from my previous blog. I had stopped teaching for a while because I had to prepare for my mid-term exam. When I resumed work at the Learning Center, I was assigned to teach English. In my previous blog, I shared my experience about teaching Thai to migrants aged between 15 – 25 years. Now I have been assigned to teach English to young children. What a challenge this is, but I will try my best!

On my first day, I started teaching simple lessons to the students to assess their basic knowledge of English. I divided them into two groups i.e. children aged between 9 – 12 years and children aged between 15 – 18 years. Then, I informed one of the staffs at the learning center about this and explained that the reason was so that the older kids would not be bored with the lessons while the younger kids could still keep up. The lesson on the first day was easy; the main purpose was to get to know the children and to make them feel comfortable in class so that they would not be afraid to ask questions or speak up.

On the second day, things did not go smoothly as I expected. Despite being separated into two groups, the children all sat in the same classroom. When I finished teaching the younger children and gave them assignments, they did not concentrate on doing their homework. Instead, they watched me teach the older children and asked questions. Many children did not do their homework, which made me realize that children at this age need something to encourage them to do homework, which is candy.

The following days, some of the older kids skipped class because they had to work or do other activities so only the younger kids were attending. More children started doing their homework and participating in class. Some children talked in class and did not pay attention so I had to advise and reason with them why they should not be doing so, why they should pay attention in the class. I think we have to start using reasons with the kids at this age and do not simply punish them when they do something wrong.

I tried to teach them how to pronounce words correctly including many vocabularies because these are necessary in reading, forming sentences and communicating in general.

The main problem in teaching the kids English is, some of them were not able to memorize all the alphabets. They were able to recite A to Z, but when I asked them to write A to Z, they were not able to write all of them. So, I tested them on writing A to Z. Another problem I encountered was that some students did not write down what I was teaching but merely recited it. Later when I asked them about what I taught, they could not answer me. I had to explain to the child why it is important to write down what he/she learned during class. The following day, the child jotted down notes, answered questions, and participated more in class.

Generally, I find teaching to be both fun and exhausting because to get children to listen to me is not an easy task. Making them understand and memorize the lesson is even more difficult. Some students tell me that they couldn’t speak or recite it. Such feedback from my students is a reflection of how well I can teach them English. Lately, I have seen progress in many of my students which is a very good encouragement for me.

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Google Translation

%d bloggers like this: