Skip to content

[Ep.2] Nichapart Boonwej @TACDB

Read in English below

Episode 1

ฉันรู้สึกขอบคุณและมีความสุขกับงานที่ทำอยู่เสมอ การที่ได้มาพบปะกับแรงงานข้ามชาติในวันจันทร์ พุธ และอาทิตย์เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันรับรู้ถึงความพยายามและความตั้งใจในการฝึกฝนภาษาเพื่อนำไปใช้งาน บทบาทของยุวทูตที่ฉันได้รับ นอกเหนือจากการเป็นผู้ช่วยฝึกสอนแล้ว ฉันยังรับหน้าที่ร่วมเป็นผู้นำเสนอข่าวสารและข้อมูลจากทางโรงเรียนเดียเบอม่า (Dear Burma) และศูนย์การเรียนรู้ของ TACDB เพื่อกระจายข้อมูลกิจกรรมและกำหนดการณ์ต่างๆจากทางโรงเรียน ฉันมีงานแปลบทความจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษเพื่อลงในเว็บไซต์ขององค์กร และยิ่งไปกว่านั้น การได้ทำงาน Survey หรือสัมภาษณ์นักเรียนเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับและการติดตามผลหลังการเรียนนั้นเปรียบเสมือนตัวการันตีความสำเร็จของเหล่านักเรียนในการใช้ชีวิตที่ประเทศไทย บางคนถูกกดขี่และเอารัดเอาเปรียบจากนายจ้างขณะที่ไม่รู้ภาษาไทย หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงานคนไทยด้วยกันเอง ฉันดีใจที่ได้รับรู้ว่า หลังจากที่พวกเขาผ่านการศึกษาทั้งภาษาไทย, ภาษาอังกฤษ และวิชาคอมพิวเตอร์จากศูนย์การเรียนรู้แล้ว ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาดีขึ้น และได้รับโอกาสที่ดียิ่งขึ้นในการทำงาน

IMG_1728

เวลาทำงานของฉันถูกแบ่งเป็น 2 ช่วง ในวันจันทร์และวันพุธฉันจะเข้ามาช่วยที่ศูนย์การเรียนรู้ ส่วนใหญ่เป็นผู้ช่วยฝึกสอนนักเรียนภาษาไทยระดับ 1 และได้เป็นผู้สอนแทนในห้องระดับ 3 บ้างหากอาจารย์ประจำไม่สะดวก ฉันได้สังเกตสิ่งที่ไม่มีเหมือนกันระหว่างนักเรียนไทยและนักเรียนพม่า โดยเฉพาะการเขียนหนังสือ ที่มักจะเอียงหนังสือหรือสมุดโดยไม่ตั้งให้ตรง หน้าที่อย่างหนึ่งของฉันก็คือการช่วยปรับท่าทางการเขียนหนังสือของนักเรียนให้ถูกต้อง และการเช็คตัวอักษรของคำ เช่น การเช็คดูว่านักเรียนนั้นได้เขียนคำว่า คือ ด้วย ตัวอักษร ค. ไม่ใช่ ด. หรือรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆที่เราเคยเห็นกันในชั้นเรียนของเด็กเล็กที่พึ่งเริ่มเรียนหัดเขียนภาษาไทย ส่วนวันอาทิตย์นั้นเป็นการสรุปงานทั้งหมดของทั้งอาทิตย์ และการมอบหมายงานตามเหมาะสมของพี่ๆจากองค์กร

IMG_1763

ในวันอาทิตย์นั้น ทางศูนย์ได้เปิดโรงเรียนใหญ่สำหรับแรงงานที่ไม่สะดวกมาเรียนในวันธรรมดา ที่โรงเรียนสัมมาชีวศิลป์ ราชเทวี โดยนักเรียนในวันอาทิตย์นั้นมีจำนวนมากกว่าวันธรรมดาหลายเท่า ห้องเรียนแบ่งตามช่วงเวลา คือ เช้า กลางวัน และช่วงบ่าย ตั้งแต่แปดโมงครึ่งจนถึงสี่โมงครึ่ง และที่โรงเรียนแห่งนี้ ได้มีการตั้งชมรมกลุ่มด้านชาติพันธุ์ของเหล่านักเรียนตามกลุ่มต่างๆ เช่น มอญ ปะโอ กะเหรี่ยง พม่า และไทยใหญ่ โดยจะเป็นการสอนด้านเอกลักษณ์ของชนเผ่า เช่น การละเล่นฟ้อนรำ ภาษาถิ่น โดยฝึกสอนโดยผู้อาวุโส หรือผู้ใหญ่ที่มาอาศัยอยู่ก่อนแล้ว ฉันได้ไปสัมภาษณ์กลุ่มปะโอถึงความตั้งใจในการจัดตั้งชมรมกลุ่ม แล้วก็ได้รับเหตุผลที่น่าสนใจ สิ่งหนึ่งที่คนเราจะนึกถึงเวลาอยู่ห่างไกลจากบ้านเกิดเมืองนอนนั้น นอกจากภาษาถิ่นแล้ว ก็คงจะเป็นเพลง การแสดงที่เคยทำให้เรามีความสุขร่วมกัน และบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของชนเผ่านั้นๆ ซึ่งทางผู้ก่อตั้งกลุ่ม และผู้ใหญ่ชาวปะโอทุกคน ไม่อยากให้วัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ของกลุ่มหายไปตามกาลเวลา และต้องการให้คนรุ่นใหม่ชาวปะโอได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์วัฒนธรรมของกลุ่มชนเผ่า จึงจัดตั้งชมรมปะโอขึ้นมา เพื่อเป็นที่พักพิง ที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเป็นที่ที่คอยให้ความช่วยเหลือชาวปะโอที่ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนมาหางานทำที่นี่ เพื่อให้เพื่อนร่วมชาติได้รู้ว่า เราไม่ได้อยู่เพียงลำพัง

IMG_1789

ชีวิตการทำงานยุวทูตของฉันในเดือนแรก ทำให้ฉันยิ่งประทับใจในชีวิต ความคิด และเอกลักษณ์ของแรงงานข้ามชาติเป็นอย่างมาก ผ่านการทำงานที่บางคนอาจจะมองว่าน่าเบื่อ หรืออาจจะไม่ได้ลงฟิลด์ ออกนอกสถานที่ทุกวัน หากแต่ผู้คนที่รายล้อมรอบตัวเรา ก็สามารถเป็นตัวอย่าง เป็นแหล่งข้อมูล ที่ทำให้เราสามารถเรียนรู้ได้ไม่น้อยไปกว่ากัน เพียงเรามีความตั้งใจจริง และพร้อมที่จะช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติในฐานะที่เป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ฉันเชื่อว่าเราจะได้รับการตอบแทนด้วยน้ำใจ และความจริงใจที่ไม่น้อยไปกว่ากันเป็นการตอบแทน


Episode 1

During my first month of working with the organization, I was very grateful and thankful with my work. I got to meet with migrant workers every Monday, Wednesday, and Sunday, which allowed me to understand how determined they were in trying to learn to speak our language. As a Youth Ambassador, besides being a co-trainer, I also helped disseminate news and information about activities and events of the Dear Burma School and TACBD’s Learning Center. I translated Thai articles into English and this was posted on the Foundation’s website. Furthermore, I conducted a survey and interviewed students on what they gained from these learning sessions as well as monitored their progress, the result of which guaranteed their success of living in Thailand. Some were oppressed and abused by their employer or co-worker because they did not know Thai. I was glad to know that after they learned Thai, English, and computer from the Learning Center, their livelihoods improved and received more opportunities at work.IMG_1742

I come to the Learning Center every Monday and Tuesday. My job is to assist the teacher in class level 1 and sometimes to substitute the teacher in class level 3 when he/she is absent. I notice some differences between Thai and Myanmar students, particularly when they write; Myanmar students tend to tilt their book when writing.

IMG_1804

Therefore, my other role is to help Myanmar students adjust their writing habits and to correct the spelling of each word e.g. I check if students are using the letter ‘ค.’ in the word ‘คือ’, and not the letter ‘ด.’. I also assist with other minor tasks in classrooms where there are small children whom have only just started learning Thai. Sunday is the day when I write a report summarizing all the work done during the week, including all the assignments I received from staffs at the Learning Center. The Learning Center also provided an opportunity to migrants, who cannot attend class on weekdays, to be able to do so on Sunday at the Sammajivasil School at Ratchathewi District in Bangkok. Apparently, more students showed up on Sunday than on weekdays. There are morning and afternoon classes from 08:30 – 16:30 hrs.

IMG_1806

At this school, there are a number of ethnic groups and associations such as Mon, Pa’o Karen, Myanmar, and Thai Yai. Elders or people living in Thailand for a long time teach the identity of their tribe e.g. traditional dance and its dialect. I had the chance to interview a group of Pa’o Karen about their purpose in setting up an association. What they told me was very interesting; they said what most people tend to miss when they are far away from home, besides the language they speak, are the songs, the performances, and what identifies them as a tribe. The founders of the association, including all the elders, do not want the identity of their tribe to fade away and would like young Pa’o to be a part in preserving the culture and traditions of the tribe. So they founded the Pa’o association to be a hub for Pa’os to exchange experiences, and to help those who have recently moved to Thailand to settle down; this will ensure that Pa’os will never be alone.

IMG_1801

During my first month as a Youth Ambassador, I was very impressed with the lives, the thinking, and the identity of migrants. Some may think that the work I do is not exciting because I do not get to go into the field every day. Nevertheless, the people around me serve as good examples and resources that allow me to learn much more than the experience I would have gained in the field. The key is to have a strong determination and willingness to help migrants. I believe that the kindness and sincerity we get in return from migrants are as rewarding as any other reward.

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Google Translation

%d bloggers like this: