Skip to content

[Ep.2] Phurisara Taesawat @Mekong Migration Network

Read in English below

ว้าวววว เวลาผ่านไปเร็วจังเลยนะ นี้ก็ผ่านไปกว่าสองเดือนแล้วสินะ นับตั้งแต่การ Orientation ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา หลังจากการ Orientation ในครั้งนั้นจบลง นั้นก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตในการเป็นอาสาสมัครครั้งแรกในชีวิตของฉัน และการปฏิบัติหน้าที่ของการเป็นยุวทูตโครงการสะพานเสียงอย่างเป็นทางการ

            องค์กรเครือข่ายที่ฉันได้มาทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครคือ เครือข่ายผู้ย้ายถิ่นในลุ่มน้ำโขง (Mekong Migration Network: MMN) ออฟฟิศของ MMN ตั้งอยู่บนถนนคันคลองซึ่งห่างจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ประมาณ 5 นาที เท่านั้น โชคดีมากเลยที่ฉันพักอยู่ในหอพักนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ฉันจึงสามารถขี่มอเตอร์ไซต์ไปทำงานที่ออฟฟิศได้ การเดินทางจึงไม่ใช่ปัญหาของฉันสักเท่าไหร่ ตารางงานของฉันคือวันอังคาร พุธ และ พฤหัสบดี เวลา 9.30-15.00 (แต่พอหลังจากการสอบมิดเทอม ตารางเรียนฉันเปลี่ยน ทำให้ฉันไปทำงานวันพุธไม่ได้ เศร้าจัง) ออฟฟิศของเราเริ่มงานตอนประมาณ 9 โมงครึ่ง คนที่คอยดูแลเราคือ พี่ปลาย ออมสิน บุญเลิศ พี่ปลายเป็นคนที่ใจดี มีอารมณ์ขัน ยืดหยุ่น และมีประสบการณ์ในการทำงานสูงมาก เวลาที่ฉัน (ซึ่งสามารถสงสัยทุกอย่างได้ตลอดเวลา) ตั้งคำถามใดๆแก่พี่ปลาย ฉันมักได้รับคำตอบที่ดีๆกลับมาเสมอ ที่ออฟฟิศของเรามียุวทูตของโครงการอีกคน คือ น้องเมย์ สราวลี ค้าดี เป็นรุ่นน้องคณะเดียวกันที่มหาวิทยาลัยของชั้นเอง เธอเป็นคนที่น่ารักและสดใสจริงๆ สำหรับออฟฟิศ MMN ที่เชียงใหม่ เป็นออฟฟิศเลขานุการ ซึ่งจะทำหน้าที่คอยประสานงานและกระจายข่าวสารที่มีประโยชน์สำหรับสมาชิกในเครือข่าย นอกจากออฟฟิศในเชียงใหม่แล้ว MMN ยังมี officeในประเทศอื่นๆด้วยนะ ส่วนHead office ของ MMN จริงๆตั้งอยู่ที่ฮ่องกง มีคุณ Reiko Harima ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น (ที่พูดไทยคล่องมาก) ประจำอยู่ที่นั้น ออฟฟิศเราเป็นออฟฟิศเล็กๆที่มีบรรยากาศเหมือนเป็นบ้านอีกหลัง (เพราะเราเช่าบ้านมาทำออฟฟิศ 555) มีคนไม่กี่คน มีพี่ปลาย พี่พลับพลึงที่เป็นพี่ admin คนใหม่ที่พึ่งเข้ามาทำงานกับพวกเรา มีฉัน และเมย์ เราอยู่กันแบบกลุ่มเล็กๆ แต่เราทำงานมีประสิทธิภาพและอบอุ่น(จนร้อน)11165902_10204695221963805_2138401355_n

            วันแรกที่ไปทำงาน ฉันจำได้ว่าฉันนอนไม่หลับเพราะความตื่นเต้น นอกจากจะมีใบหน้าที่ทรุดโทรมแล้ว ยังเจอเรื่องตื่นเต้นตั้งแต่ครั้งแรก คือฉันต้องประชุมกับคุณ Reiko ผ่าน Skype เพื่อมอบหมายหน้าที่ และแน่นอนต้องเป็นภาษาอังกฤษ คือจริงๆภาษาฉันไม่ได้แย่หรอก แต่แค่ตื่นเต้นมากๆแค่นั้น แต่ทุกอย่างจบลงด้วยดี หน้าที่ของฉันคือการรับผิดชอบในส่วนของการหาเนื้อหาข่าวที่เกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามชาติที่ถูกจับ กักขัง และส่งกลับ เรามองว่าการกระทำแบบนี้เป็นช่องว่างในให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนของแรงงานข้ามชาติได้ เพราะกฎหมายของประเทศเราในการจัดการกับแรงงานเหล่านี้ยังคงมีกระบวนการที่ความล้าหลัง ขาดความโปร่งใส และล้มเหลวอยู่ มันยังสร้างความหวาดกลัวและความระแวง เพราะแรงงานไม่รู้ว่าตนจะถูกจับเมื่อไหร่ซึ่งมันไม่ควรจะเกิดขึ้น และเป็นช่องทางให้แรงงานบางกลุ่มโดนนายจ้างแย่ๆบางคน ละเมิดสิทธิและถูกกดขี่ เพื่อแลกกับการที่ตนจะไม่โดนจับหรือส่งกลับ ตอนที่ฉันหาข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ บางข่าวเราจะพบว่า แรงงานที่ถูกจับส่วนใหญ่มักจะเป็นช่วงเช้ามืด ช่วงที่กำลังพักผ่อน คือโดนจับแบบไม่รู้ตัวก็มี หรือบางคนกำลังนั่งรถกลับบ้านที่ประเทศตัวเองแล้วโดนจับก็มี ฉันสามารถสัมผัสได้ถึงความกลัวที่ไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะยังมีสำหรับเขาหรือไม่ การกลัวบางสิ่งบางอย่างตลอดเวลามันทรมานแบบไม่จบไม่สิ้น มันไม่ควรเกิดขึ้นกับใครทั้งนั้น นอกจากในประเทศตนเอง ยังต้องดูในประเทศอื่นๆอีกด้วย

            หน้าที่ต่อมาของฉันคือการสังเกตและหาข้อมูลที่เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลในการจัดการเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติ รวมถึงประเทศอื่นและ ASEAN ด้วย ว่ามีการสร้างกลไกที่สามารถคุ้มครองแรงงานเหล่านี้ว่ามีการดำเนินงานไปถึงไหนแล้ว มันสนุกและท้าทายดี เพราะเราต้องอัพเดทสถานการณ์ทุกวันว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไหม บางครั้งก็มีการแปลเอกสารจากอังกฤษเป็นไทย ไทยเป็นอังกฤษ ทักษะภาษาของฉันดีขึ้นพอสมควรเลย นอกนั้นก็เป็นเรื่องที่ได้รับมอบหมายจากพี่ปลายตามที่เห็นสมควร ฉันชอบการค้นหาข้อมูลมากเลย เพราะมันทำให้ฉันหายสงสัยในเรื่องบางเรื่อง และก็สร้างความสงสัยให้เพิ่มขึ้นในอีกหลายๆเรื่อง มันเหมือนเราได้ค้นหาความรู้ที่มีไม่จบไม่สิ้น และตั้งคำถามกับตัวเองได้ตลอดเวลาว่า “ต่อไปฉันจะค้นหาเรื่องอะไรดีน่ะ” มันไม่น่าสนุกเหรอคะ?

                  ถ้าเปรียบเทียบเป็นการเดินทาง การเป็นยุวทูตสะพานเสียงของฉันเลยครึ่งทางมาพอสมควรแล้ว สองเดือนที่ผ่านมา ฉันพบเจอกับเรื่องราวต่างๆมากมาย การได้ทำประโยชน์เพื่อใครบางคนมันช่างมีความสุขจริงๆ ฉันมีความสุขทุกครั้งที่ได้ตื่น และไปทำงานอาสาสมัคร และฉันหวังว่าสักวัน สิ่งที่ฉันทำจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้เกิดขึ้นได้บ้าง แค่นี้มันก็พิเศษที่สุดแล้ว

อ่านบทความที่แล้ว


Wow!! Time does fly and I can’t believe that it has already been over two months since the orientation. As soon as the orientation was over, I officially became a Saphan Sian Youth Ambassador and began doing volunteer work for the first time in my life.

11208920_10204695221683798_1628866947_n

                My host organization is called Mekong Migration Network (MMN). MMN’s office is located on Kan-Klong Road, which was only about 5 minutes from Chiang Mai University. Fortunately, I was already staying in one of the university’s dormitories so I was able to ride my motorcycle to work. Therefore, commuting was not much of a problem for me. I worked on Tuesdays, Wednesdays and Thursdays from 09:30-15:00 hrs (but after the mid-term exams, my class schedules changed so I was no longer able to work on Wednesdays, which was a shame). MMN staffs start work at 09.30 hrs. Those who took care of us were P’ Plai, Aomsin, and Bunlert. P’ Plai was a very kind person, had a sense ofhumor, was flexible, and was very experienced in what she did. Whenever I had any questions (which I often did), I always received good answers from P’ Plai. Our office also had another Saphan Siang Youth Ambassador; her name was Sarawaree Khadee or N’ May, who was a junior in my faculty. She was a very sweet and lively person. The MMN office in Chiang Mai is a secretariat office responsible for coordinating between members as well as disseminating useful information to them. Besides the office in Chiang Mai, MMN has offices in other countries too. Its head office is in Hong Kong, run by Ms. Reiko Harima, a Japanese person (who can speak Thai very fluently) based there. Our office was small and had a homey atmosphere (because MMN rented a house as their office hahaha). There were very few staffs there; these include P’ Plai, P’ Plubplueng who was the new administrative officer recently joining us, me, and N’ May. Although we were small in number, we worked efficiently.

            On the night of my first day at work, I was so excited that I couldn’t sleep. That morning despite being exhausted from having a sleepless night, I was still excited to have a Skype call with Ms. Reiko who briefed me about my roles and responsibilities as a volunteer at MMN, and of course it was in English! My English is really not that bad but I was very excited. Fortunately, everything went well. I was assigned to collect news articles about migrant workers being arrested, detained, and deported. Such acts against migrant workers are considered to be a violation of human rights. Perhaps our laws related to migrant workers are still outdated, lacking transparency, and weak. This kind of situation creates fear and anxiety among migrants and keeps them looking over their shoulders all the time, hoping they do not get arrested. Subjecting their workers to fear of being turned in to the authorities for deportation, some unscrupulous employers inhumanely exploit and abuse their workers. While I was searching for news articles, I found that many migrant workers were arrested at daybreak when they were still asleep. Some were arrested while on their way to their home country. I could sense their fear of not knowing what tomorrow would be like. Being afraid of something constantly is torture and it should not happen to anyone. Besides preventing this from happening in our own country, we should make sure that it does not happen in other countries too.

11210302_10204695221723799_928969107_n

  My other responsibility was to collect information about Thai government’s policy on the administration of migrant workers, including that of other ASEAN countries, to see if there were any mechanisms in place to protect migrants. It was fun and challenging for me because I had to keep updating the information every day. I sometimes had to translate documents from English to Thai, and Thai to English. My language skills improved considerably. Other tasks I performed were assigned by P’ Plai. I very liked collecting information because it helped me understand a number of things, and at the same time, made me become curious about new things. I felt like I was learning new things endlessly. I kept asking myself, “What will I look up next?” Don’t you think that’s fun?

               I have travelled more than half way of my journey as a Saphan Siang Youth Ambassador. During the past two months, I experienced many things and had helped many people, which made me feel very good about myself. I wake up every morning feeling happy, knowing that I will be doing volunteer work. And I hope that one day what I do will somehow make a difference.

Read the previous episode

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Google Translation

%d bloggers like this: