Skip to content

[Reflection] – Khanittha Yimlamai @Stella Maris

Read in English below!

สวัสดีค่ะ ยุวฑูตสะพานเสียงขนิษฐา ยิ้มละมัย มีเรื่องราวดีๆ ที่ทุกคนไม่ควรพลาดที่จะอ่านแม้อาจจะเป็นเพียงแค่ประโยคบอกเล่าแต่สิ่งนี้แฝงไปด้วยความตั้งใจที่เดือนมีโอกาสได้ทำหน้าที่ของตัวแทนเยาวชนคนหนึ่ง

ไม่น่าเชื่อว่าการเดินทางในเส้นทางของการเป็นอาสายุวฑูตสะพานเสียงจะเดินทางมาได้ไกลและรวดเร็วอย่างนี้ ยุวฑูตมีโอกาสได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเยาวชนด้วยการเป็นกระบอกเสียงให้กับแรงงานข้ามชาติ สร้างความเข้าใจอันดีให้เกิดขึ้นระหว่างคนไทยกับแรงงานข้ามชาติ จากการทำหน้าที่ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ยุวฑูตได้พาตัวเองเข้ามาสัมผัส และเรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเองจริงๆจากการลงพื้นที่ซึ่งมีโอกาสได้ติดตามพี่ๆเจ้าหน้าที่ทางศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเล ทำให้ตัวเองเข้าใจอะไรหลายๆอย่างเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับแรงงานข้ามชาติการลงพื้นที่ทำให้เราได้มองเห็นถึงความอดทน ความพยายามของหลายๆชีวิตที่ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของตัวเองและครอบครัวที่รอคอยรายได้อยู่ที่บ้านนั่นคือประเทศของตัวเอง คนทั่วไปในประเทศไทย อาจรวมไปถึงบุคคลผู้มีการศึกษาทั้งในระดับเบื้องต้นจนไปถึงระดับสูง มักตั้งแนวคิดและมีการให้ความเห็นไปต่างๆนานาว่า แรงงานข้ามชาตินั้นคือผู้ที่มาแย่งงาน แย่งอาชีพจากคนไทย จนทำให้คนไทยมีการว่างงาน เพราะนายจ้างต้องการแรงงานข้ามชาติซึ่งมีค่าแรงที่ถูกกว่าคนไทย ทำให้มีอคติไปต่างๆนานาจนกลายมาเป็นความขัดแย้งKhanittha 1

ทั้งที่ความจริงแล้วแรงงานเหล่านี้กำลังถูกเอาเปรียบในทางอ้อม เพราะเหตุของการมองแค่เงินค่าจ้าง หลายคนไม่ได้มองว่า ถ้าหากเราคิดในแง่ของมนุษยธรรม นายจ้างควรให้ความเท่าเทียมกันในเรื่องของสิทธิและสวัสดิการ ที่รวมไปถึงเงินค่าจ้าง เพราะแรงงานข้ามชาติก็ใช้แรงกาย แรงใจเหมือนกับคนไทย ที่สำคัญคือเนื่องจากคนไทยได้รับการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น มีความคิดไกลมากขึ้น เยาวชน รวมไปถึงผู้คนเริ่มหันมาทำงานธุรกิจ สำนักงาน งานอื่นๆที่ต้องใช้สมองมากกว่าการใช้กำลังเพิ่มขึ้น ซึ่งอันที่จริงแล้วแรงงานยังเป็นที่ต้องการอยู่มาก ทั้งในด้านการประมง ก่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งแรงงานเป็นหลัก หากเราไตร่ตรองให้ดี จะมีผู้มีการศึกษาระดับสูงที่ไหนมานั่งทำงานให้เหนื่อย ต้องทนแดด ทนฝน ทนฝุ่น ความร้อน มลภาวะได้เท่าบุคคลเหล่านี้ หรือหากมีก็จะน้อยมาก ดังนั้นแรงงานข้ามชาติจึงได้กลายมาเป็นฐานสำคัญในการผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ให้คนมีฐานะได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายอย่างปัจจุบันนี้ ถ้าเราคิดอีกแง่คือเราต้องขอบคุณแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาช่วยเติมเต็มการทำงานที่หลายๆคนมองข้าม

เนื่องจากเหตุผลเหล่านี้ยุวฑูตเองก็ต้องทำความเข้าใจคำว่าแรงงานข้ามชาติให้มากขึ้น โดยการที่ได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมกับพี่ๆเจ้าหน้าที่ศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเลในเรื่องของข้อมูลของชุมชนแรงงานข้ามชาติในพื้นที่จังหวัดสงขลา, การจัดการวางแผนลงพื้นในเขตรับผิดชอบครอบคลุม 6 อำเภอในจังหวัดสงขลาเกี่ยวกับการลงทะเบียนแรงงานข้ามชาติ,การอบรมให้ความรู้ การดูแลสุขภาพและการป้องกันวัณโรค, การคัดกรองผู้ป่วยแรงงานข้ามชาติเบื้องต้นเพื่อให้ง่ายต่อการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐ ศูนย์พักพิงชั่วคราว,การให้ความช่วยเหลือในเรื่องของสุขภาพแรงงาน เช่น การอบรมชุบมุ้งป้องกันโรคมาลาเรีย โรคไข้เลือดออกสำหรับแรงงานที่อาศัยอยู่ในป่าหรือชุมชนที่เสี่ยงต่อการติดโรค เป็นต้น การประชุมในครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นและเรียนรู้วิธีการทำงานขององค์กรศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเลอย่างเป็นระบบการทำงานที่เป็นเสมือนครอบครัว ทำให้ทุกคนมุ่งมั่นและตั้งใจปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ ยุวฑูตเองต้องขอบคุณพี่สุชาติ จันทลักขณา หัวหน้าศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเล พี่ๆเจ้าหน้าที่ทุกท่าน และที่สำคัญคือโครงการสะพานเสียงที่ได้จัดกิจกรรมดีๆแบบนี้ขึ้นเพื่อให้เยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตัวยุวฑูตและสังคม ประสบการณ์ดีๆที่หาไม่ได้ในห้องเรียน ทำให้เดือนได้รู้ว่า การเรียนรู้ไม่ได้อยู่ที่ทฤษฎีอย่างเดียว แต่คือการได้ลงมือปฏิบัติจริงด้วย


Khanittha’s previous blogs:  Ep.1  |  Ep. 2 


Hello, I am Kanittha Yimlamai, a Saphan Siang Youth Ambassador, and I have many stories to share with everyone. Although they are merely stories but they are filled with my determination in working as a Youth Ambassador.

I can’t believe I have come this far on my journey as a Saphan Siang Youth Ambassador, and time has gone by so quickly. One of the many important duties of a Youth Ambassador is to represent youths as well as to be the voice of migrant workers in order to create a good understanding between Thai people and the migrant population. From the beginning until now, I have gained invaluable experience from working in the field alongside the staffs of the Stella Maris Seafarers Center (Baan Suk San); such experiences have allowed me to better understand many things about migrant workers, including how much they have to endure in their struggle for survival to feed themselves and their families back in their home country. Most people in the Thai society, including educated people of all levels, often have misconceptions and negative attitudes toward migrants. For example, there is a misconception that migrant workers are taking Thai peoples’ jobs and, as a result, causing the unemployment among the Thai workforce because employers have a demand for lower–wage migrants, as opposed to higher-wage Thai workers.

Khanittha 2

This bias has led to many conflicts. However, these migrant workers are actually being taken advantage of in terms of the rate of wages they’re receiving. From a humanitarian perspective, migrant workers should be receiving the same amount of wage as Thai workers do, including the rights and welfares their Thai counterparts are receiving. Migrants work the same as Thais but because Thais have higher education, more and more of them are being employed in big businesses and offices to do white-collar work. At the same time, workers are still very much needed in many industries such as fishery, construction, and manufacturing; they are all dependent on workers. How many highly educated people are willing to do blue-collar work, withstand the heat of the sun, the rain, the dust, and pollution? There could only be a few that could do so. Therefore, migrant workers are considered to be of vital importance in the production of goods and products for wealthy people to use. In fact, we should be thanking the migrant workers for their contribution to the economy; it is a contribution that many have overlooked.

The Youth Ambassadors themselves also have to have a better understanding about migrant workers. I attended a meeting with the staffs of the Stella Maris Seafarers Center (Baan Suk San) and learned about a number of things including; the migrant communities in Songkhla Province; the implementation of activities related to the registration of migrant workers in their responsible areas covering 6 districts in Songkhla Province; the provision of training on health care and TB prevention; the initial screening of migrant patients to receive care in public hospitals and temporary shelters; the provision of assistance to migrants on health related issues e.g. training on how to soak a mosquito net to prevent Malaria and Dengue fever among migrants living in forest areas or in at risk communities. This meeting allowed us to learn how the Stella Maris Seafarers Center (Baan Suk San) systematically operates and how they work as a family. All the staffs were very much committed to their work. The Youth Ambassadors would like to thank P’ Suchart Chantalakkhana, the Head of the Stella Maris Seafarers Center (Baan Suk San), all the staffs at the Center, and most importantly the Saphan Siang Youth Ambassador Programme for giving us this wonderful opportunity. We got to make good use of our free time, benefiting both ourselves and the society. Such a good experience could not be found in classrooms. This made me realize that we can learn not only from theories but in practice as well.

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Google Translation

%d bloggers like this: